วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สุดยอดบทความ เจาะขบวนการแม้วลวงโลก




เป็นฟอร์เวิร์ดเมล ที่อ้างว่าผู้เขียนบทความนี้เป็นชาวญี่ปุ่น

ซึ่งเราไม่ต้องสนใจหรอกว่า เขาชื่ออะไร หรือเขาเป็นคนญี่ปุ่นจริงหรือไม่? เหมือนพวกฟายแดงพันทิปชอบถามหา

แต่แนะนำให้เราสนใจที่เนื้อหาที่เขาเขียนว่า เขาเขียนสมเหตุสมผลหรือไม่?

แต่สำหรับความเห็นของผม ผมเห็นว่า เขาวิเคราะห์ลัทธิแห่งการล่อลวง ที่เกิดจากทักษิณและลูกน้องได้อย่างเยี่ยมยอด !!

บทความแม้จะยาวไปหน่อย อยากขอให้ทุกท่านค่อยๆอ่านให้จบ จะทำให้เราชื่นชมผู้เขียนว่า วิเคราะห์ทักษิณและขบวนการได้อย่างยอดเยี่ยม!!

-----------------------------------------

บทความนี้สำคัญมาก เขียนโดยนักวิชาการชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

อ่านแล้วช่วยแชร์ต่อให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จะช่วยชาติได้อย่างมหาศาล

ลัทธิสีแดง : ลัทธิแห่งการล่อลวง - กล่องดวงใจของทักษิณและ นปช.

ความสำเร็จทางการเมืองของทักษิณมาจากไหน?

เมื่อทักษิณเตรียมจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อเตรียมเป็นนายกทักษิณได้
จ้างคนเขียนหนังสือเรื่อง "ตาดูดาว เท้าติดดิน" แล้วลงพิมพ์ในมติชนยาวต่อเนื่อง

หนังสือเล่มนั้นทำให้คนเกิดความเชื่อว่าทักษิณรวยแล้ว อยากช่วยชาติ จะไม่โกงกิน

จากนั้นทักษิณไปใช้พวกอดีตคอมมิวนิสต์ซึ่งเก่งในการหาความนิยมจากคนยากจน และคนชนบทมาช่วยคิดหาวิธีจะเอาคะแนนเสียงจากคนเหล่านี้ ซึ่งก็ได้นโยบายแนวสังคมนิยมมา เรารู้จักกันต่อมาว่า เป็นนโยบายประชานิยม

ในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง และก่อนจะตั้งรัฐบาล ทักษิณบอกว่าจะเป็นรัฐบาลที่พูดความจริงกับประชาชน จะไม่โกหก

นโยบายและการบริหารหลายอย่างของทักษิณได้ผล คนจนได้จับเม็ดเงินจริง ๆ ยิ่งเชื่อกันใหญ่ ทั้งในเรื่องความรู้ ความสามารถและความดี ดีไปหมด เก่งไปหมด

เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป เราจึงได้เห็นธาตุแท้ของทักษิณกัน แต่คนที่หลงเชื่อและนิยมชมชอบทักษิณมองไม่เห็น

ทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็น เพราะรักเขาแล้ว เชื่อเขาแล้ว เชื่อเขาหมด

ความสามารถของทักษิณจึงอยู่ตรงที่ทำให้คนเชื่อได้จำนวนมาก

เมื่อทักษิณถูกปฏิวัติทักษิณเริ่มต่อสู้เพื่อกลับมาครองอำนาจและพาตัวเองให้พ้นผิด

ทักษิณทำอย่างไรบ้าง

ทักษิณเป็นคนที่เห็นศักยภาพของธุรกิจสื่อสาร และสื่อมวลชน

ทักษิณอ่านและเข้าใจเรื่องของสังคมข่าวสาร (information society)

ทักษิณเคยพูดหรืออ้างอิงนักวิชาการไว้ในเรื่องที่ว่า

"ในโลกยุคข่าวสาร ใครที่ครอบครองข้อมูลข่าวสาร คนนั้นเป็นผู้ชนะ"

คนทั่วไปอาจตีความว่า เป็นการเข้าถึงความรู้หรือข่าวสาร จะทำให้รู้มากแล้วชนะ

แต่ทักษิณตีความว่า เข้าครอบครอง ควบคุม และบังคับข้อมูลข่าวสารให้เป็นไปตามที่ตัวต้องการต่างหาก ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็ต้องเรียกว่า control and manipulate information

ทักษิณชนะเลือกตั้งมาถล่มทลาย ก็เพราะความสามารถตรงนี้ (จึงไม่ใช่เพราะเงินเสียทั้งหมด)

เราก็รู้ว่าถ้าเลือกตั้งวันนี้ เพื่อไทยก็จะชนะอีก เพราะคนยังหลงเชื่ออยู่
เขาไม่ต้องใช้เงินก็ชนะ ดังนั้น อาวุธของเขาจึงไม่ใช่เงิน

แต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่เขาควบคุมบังคับอยู่ต่างหาก ส่วนเงินนั้นใช้ในการควบคุมบังคับข้อมูลข่าวสารเป็นสำคัญ

สิ่งที่ทักษิณทำ พวกเราเห็นอยู่แล้ว ได้แก่การตั้งกลุ่มเสื้อแดงขึ้นมา

ทีแรกเป็นแค่ไว้ต้านพันธมิตร แต่เมื่อเจอการโจมตีเปิดโปงของพันธมิตร

เสื้อแดงก็แปรรูป ซึ่งเป็นการแปรรูปที่แยบยลมาก คือการจัดตั้งเวทีใช้ชื่อว่า
"ความจริงวันนี้" เอาคู่กับสัญลักษณ์สีแดง

การตั้งรายการ "ความจริงวันนี้" คือการเริ่มต้นทำ "สงครามข้อมูลข่าวสาร"
(information warfare) เริ่มจากการอภิปรายของแกนนำ สามเกลอ วีระ จตุพร ณัฐวุฒิ ฯลฯ

รายการ "ความจริงวันนี้" เริ่มให้ความเท็จตั้งแต่วันแรก และต่อเนื่องตลอดมา

เรามักนึกถึงเงินของทักษิณ คิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทักษิณมีฤทธิ์

แต่ฤทธิ์ของทักษิณจริงๆ มีที่มาจากความสามารถในการโกหก

ซึ่งเป็นสิ่งที่ทักษิณเก่งมาก มีทักษะสูงมาก เพราะฝึกมาตั้งแต่เด็ก ๆ

ทักษิณเป็นคนโกงที่โกหกเก่งที่สุด ใครที่เคยคุยกับทักษิณ หรือฟังทักษิณพูด จะรู้ดีว่าได้เคลิบเคลิ้มไปแค่ไหน ไม่ว่าจะมีการศึกษาระดับไหนก็ต้องเคยเคลิ้มกันมาแล้วทั้งนั้น

นับประสาอะไรกับมวลชนของคนเสื้อแดง กว่าจะรู้ตัวก็สายกันแล้ว จะอย่างไรก็ตาม
ตอนนี้พวกเรารู้ตัวแล้ว แต่ยังมีคนที่ไม่รู้ตัวอีกมากมาย

จึงต้องช่วยให้เขาเห็นความจริงและรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงอย่างไร ทักษิณจึงจะหมดฤทธิ์จริง ๆ

เมษายน 2552 ทักษิณสามารถระดมคนได้เกือบแสนคน มากกว่าที่พันธมิตรเคยระดมได้

ทักษิณกะจะล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยยั่วยุให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้กำลังปราบปราม จะได้กลายเป็นทรราชย์ขาดความชอบธรรม แต่โชคดีที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ปราบอย่างรอบคอบ

ปี 2552 จึงไม่มีคนล้มตาย และมีสื่อต่างชาติคือ CNN เป็นพยานให้ โดยยืนยันซึ่งหน้าตอนที่ทักษิณให้สัมภาษณ์ CNN ว่า ที่ทักษิณว่าคนตายเป็นร้อยนั้น ไม่เป็นความจริง

เมษาเลือดปี 52 ของทักษิณจึงทำให้ทักษิณแพ้ไป นั่นคือ CNN จับโกหกทักษิณได้ต่อหน้าคนทั้งโลกที่ดู CNN อยู่

เห็นหรือยังว่า แพ้ชนะ ยุคนี้ อยู่ที่สงครามข่าวสาร

หลังจากทักษิณแพ้เมื่อเมษา 52 ถ้าเราสังเกตจะเห็นชัดเจนว่า ทักษิณวางแผนจะกลับมาอีก

ต้องดูว่าทักษิณลงทุนไปกับอะไรมากที่สุด แล้วใช้สิ่งที่ลงทุนไปทำงานอะไรให้ทักษิณมากที่สุด

ทักษิณให้เงินแกนนำ นปช. แน่นอน ให้เงิน ส.ส.เพื่อไทย แน่นอน ให้เงินหัวคะแนนแน่นอน

ต้องจ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการจัดชุมนุม อภิปราย ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเวที ฯลฯ แน่นอน

แต่ที่ทักษิณจ่ายมากที่สุด คือการสร้างเครื่องมือในการทำสงครามข่าวสาร

ทักษิณลงทุนอะไรอีกบ้างหลังสงกรานต์เลือด?

ตั้ง PTV ออกอากาศผ่านดาวเทียม และออกผ่านเว็บไซท์

เว็บไซท์ เสื้อแดง มีเยอะมาก ทักษิณสร้างทีมเรียกว่า นักรบไซเบอร์ ช่วยกันเผยแพร่ความเท็จ

ลองสำรวจดูว่ามีทั้งหมดกี่เว็บไซท์ ทั้งที่ใช้ เซิร์ฟเวอร์ ในประเทศและ ต่างประเทศ

วิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์และวารสารแดง สร้างคนหลงลมลวงได้มหาศาล

หนังสือเล่ม แบบ Where are you? ของหมวดเจี๊ยบ แกก็ไปหาทักษิณรับเงินมาเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมี Hi 5, Facebook, Twitter

สื่อในต่างประเทศ บริษัท Lobbyist ในอเมริกาไปตรวจสอบดูก็จะรู้ว่าบริษัทอะไร ช่วยนัดสื่อระดับโลกไปสัมภาษณ์ทักษิณ สร้างทั้งความน่าเชื่อถือ และการเอาความเท็จให้กับต่างชาติ

ทำให้คนในเมืองไทยเชื่อสนิทหนักเข้าไปอีก

เห็นไหมว่าฝรั่งยังเชื่อถือ รัฐบาลต่างชาติก็หลงลมไปหลายชาติ นึกว่าทักษิณเก่งเศรษฐกิจ เชิญให้เป็นที่ปรึกษา

ฮุนเซนก็หลงลม แล้วก็ยังมีบริษัทหรือมูลนิธิอะไรที่ฮ่องกงชื่อ Sam Hui ก็เป็น lobbyistที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ความเก่งกาจให้ทักษิณด้วย

นักการเมือง/นักวิชาการ พวกบ้านเลขที่ 111 และนักวิชาการพวกมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน พวกนี้ก็เสื้อแดงทั้งนั้น การพูดของคนพวกนี้ก็สร้างความน่าเชื่อถือให้ทักษิณมากขึ้น

ส.ส.เพื่อไทย รวมทั้งว่าที่ผู้จะสมัคร ส.ส.เพื่อไทย ตลอดจนหัวคะแนน พวกนี้ก็จะช่วยพูดปากต่อปากช่วยกันหลอกลวงราษฎรให้เชื่อว่าทักษิณดี ทักษิณเก่ง ทักษิณถูกรังแก บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย อภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน

อภิสิทธิ์สร้างฉากที่มหาดไทยเพราะไม่ได้อยู่ในรถที่ถูกทุบ ฯลฯ ความเท็จทั้งนั้น แต่คนก็เชื่อ

แกนนำในต่างจังหวัด อย่างขวัญชัย ที่อุดร หรือเพชรวรรต ที่เชียงใหม่และอีกหลายๆ จังหวัด

โรงเรียนการเมืองของ นปช. นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ฝึกแกนนำเพิ่มเติมเอาความเท็จบรรจุลงในหลักสูตร แล้ววางระบบการควบคุมสั่งการ ติดต่อสื่อสาร จ่ายเงิน และหาเหยื่อเพิ่มเสร็จสรรพ

ศึกษาต่อไปอาจจะเจอเครื่องมืออื่นๆ อีก แต่เท่าที่จำแนกให้ดูนี้ก็น่าจะพอแก่การประเมินได้แล้วว่า เครื่องมือของการโฆษณาชวนเชื่อของทักษิณนั้น มหาศาลขนาดไหน และประสิทธิภาพสูงขนาดไหน

และพอจะประมาณได้หรือยังว่า ทักษิณ ทุ่มทุนลงไปขนาดไหน

จริงอยู่ทำทั้งหมดนี้ต้องใช้เงิน แต่ขอให้เห็นประเด็นให้ชัดว่า เงินไม่ใช่ตัวความสามารถหลัก เงินถูกนำไปสร้างความสามารถในการหลอกลวงต่างหาก

แล้วเมื่อหลอกคนสำเร็จ จะใช้ให้คนทำอะไรให้ก็ได้ พูดขาวให้เป็นดำก็ได้ จะบอกว่าใครเลวก็ได้

สังเกตต่อไปจะเห็นว่าปีที่ผ่านมา ทักษิณทดลองเครื่องมือของสงคราม (war mechanism)

โดยลองทำ clip เสียงอภิสิทธิ์ ตัดต่อดื้อ ๆ ให้เหมือนกับสั่งให้ฆ่าผู้ชุมนุม แล้วปล่อยให้หลุดออกไป

สังเกตดูจะเห็นการทำงานของกลไกสงครามของทักษิณชัดเจน แกนนำเอาไปพูดในที่ชุมนุม ส.ส.เพื่อไทยเอาไปพูดในสภา สื่อของทักษิณทุกสื่อเอาออกเผยแพร่ ความเท็จ 100%

แต่ก็ยังสามารถทำให้คนจำนวนมากหลงเชื่อได้

ปีที่แล้วทั้งปี ทักษิณ phone in ไปทุกจังหวัดที่จัดการชุมนุม เพื่อสร้างภาพและความเข้าใจ และความเชื่อของคนทุกจังหวัดให้ตรงกัน

ในประเด็นที่คิดมาอย่างดีแล้ว เช่น อำมาตยาธิปไตย รัฐบาลทหารตั้งสองมาตรฐาน

สู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง ทักษิณถูกรังแก ทักษิณเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ช่วยกันทำประชาธิปไตยที่แท้จริงไว้ให้ลูกหลาน

ทักษิณหลอกลวงคนทั้งประเทศให้เชื่อว่า การออกมาเคลื่อนไหวนั้นเป็นการกระทำไปเพื่อชาติ เป็นการกระทำที่รักชาติ เสียสละเพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของทักษิณ

ปีนี้จึงไม่แปลกว่าเมื่อเครื่องมือพร้อมแล้ว ทักษิณก็ลงมืออีก อย่างที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้

ถ้าเอาเทป video หรือ phone link ของทักษิณมาดู ฟังไปจะพบว่า ทุกครั้งที่พูด
ทักษิณ จะเน้นว่า ตัวเองและเสื้อแดงพูดความจริง และรัฐบาลพูดเท็จ

และจะใช้เวลาตรงนี้ประมาณ 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมด เพื่อย้ำการหลอกลวงไม่ให้พลาด

จากนั้นแกนนำก็จะย้ำตามต่อไป คนฟังก็จะเคลิ้ม นึกว่ากำลังฟังความจริงที่ถูกปกปิดอยู่

ถ้าเช่นนั้น ขบวนการทั้งหมดของทักษิณ มีลักษณะเป็นอะไร?

คำตอบคือ เป็นลัทธินิกายชนิดหนึ่ง ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Cult

เหมือนกับลัทธิโอมชินริเคียว ที่วางยาพิษคนที่สถานีรถใต้ตินที่ญี่ปุ่น หรือ James Jones ที่หลอกให้สาวกฆ่าตัวตายจำนวนมาก โดยมีทักษิณ เป็นศาสดา มีแกนนำอย่างจตุพร พวกสามเกลอ และพวก ส.ส. เพื่อไทยทั้งหลาย เป็นสมุนรับใช้ โดยมีราษฎรคนเสื้อแดงที่ตกเป็นเหยื่อ

เพียงแต่ทักษิณ เป็น Cult ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกเท่านั้น

ความสามารถของ Cult ทั้งหลาย คือความสามารถในการที่ทำให้สาวกเชื่อสนิท
ถึงขั้นสั่งให้ทำอะไรก็ได้ บางแห่งถึงกับให้ฆ่าตัวตายก็ยังทำตาม

ส่วนทักษิณอาจยังไม่ถึงขั้นทำให้คนฆ่าตัวตายได้ แต่ทักษิณหาสาวกได้มากกว่า cult อื่นๆ แน่

ดูลุงคนที่ขโมยเงินเมียมา 20,000 บาท แล้วเดินทางมากรุงเทพฯ คนเดียว เตรียมขี้วัวมาเสร็จ แล้วไปที่บ้านอภิสิทธิ์ แล้วขว้างขี้ใส่ โดยไม่ต้องมีใครสั่งเลย

ดังนั้นก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพของการหลอกลวงของทักษิณได้ชัดเจน ถ้าจะมีคนยอมตายเพื่อทักษิณ ก็ไม่น่าจะเกินวิสัย และเรื่องนี้จะน่ากลัวเพราะอาจให้คนเผาตัวประท้วง หรือบุกเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ จนต้องปะทะกัน เป็นต้น

เมื่อเห็นอย่างนี้แล้ว มองเห็นกล่องดวงใจของทักษิณแล้วหรือยัง?

จะฆ่าทศกัณฐ์อย่างทักษิณ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกล่องยิงธนูใส่เอาดาบฟัน ก็ไม่ตาย

ต้องไปหากล่องดวงใจให้เจอ พอเจอแล้วแทง ทศกัณฐ์จึงจะตาย ทักษิณก็เหมือนกัน

ความสามารถในการหลอกลวงของทักษิณ คือกล่องดวงใจของทักษิณ

ถ้าทำลายความสามารถนี้ได้ ทักษิณก็จะหมดฤทธิ์ อย่าทำให้แกตายแบบเสียชีวิต
แต่ควรให้แกมีชีวิตอยู่ และควรทำให้ประชาชนที่ถูกทักษิณหลอกลวงได้ตาสว่าง

เพื่อให้มองเห็นว่าถูกทักษิณหลอกมาอย่างไร และกำลังหลอกให้ทำอะไรอยู่
เมื่อเหยื่อตาสว่าง ก็จะมองเห็นธาตุแท้ของทักษิณ

แล้วให้ทักษิณรับกรรมจากคนที่ตัวเองล่อลวงไว้นั้น แกสมควรจะได้รับสิ่งที่ทำลงไป

การทำลายความสามารถในการหลอกลวงของทักษิณ?

ทำได้ด้วยการพิสูจน์อย่างไม่มีข้อสงสัยในเรื่องที่ทักษิณกับสมุน โกหกหลอกลวง
คนเสื้อแดง ต้องใช้ความจริงเท่านั้นในการพิสูจน์ ต้องไม่ใส่ร้าย

และต้องไม่ใช้เรื่องที่ยังไม่ชัดเจน เอาเฉพาะเรื่องที่แกโกหกหลอกลวงอย่างแน่นอน
ก็มีหลายร้อยเรื่องแล้ว

ประเด็นอยู่ที่การชี้ให้เห็นว่า ทักษิณนั้น หลอกลวงคนที่รักทักษิณนั้นเอง และอธิบายให้เห็นว่า หลอกอย่างไร แล้วทักษิณจะได้อะไรจากการที่คนเชื่อ

เราต้องไม่หลงประเด็น หลายอย่างที่ทักษิณทำตอนเป็นนายก แล้วราษฎรได้ประโยชน์ ต้องยอมรับว่ามีอยู่

แต่เราต้องชี้ให้เห็นว่า ส่วนที่ทำชั่วมีอะไรบ้าง และที่ทำดีนั้น ทำได้อย่างไร เพื่อให้ได้อะไรในที่สุด ส่วนที่โกหกหลอกลวงอยู่ตรงไหน

ตัวอย่างการล่อลวงของทักษิณและแกนนำ นปช.


ประเด็นอำมาตยาธิปไตย เรื่องนี้เป็นเท็จอย่างไร ลองพิจารณาดู

คำ ๆ นี้ในตำรารัฐศาสตร์ไม่มี ถ้าในภาษาอังกฤษอาจเทียบได้ 2 คำ คือ Aristocracy กับ Oligarchy ซึ่งหมายถึงคนกลุ่มหนึ่งที่มีอภิสิทธิ์หน่อย เป็นผู้ปกครอง

แต่ความหมายตามนัยที่ทักษิณต้องการ คงหมายถึงพระเจ้าอยู่หัว หรือ พลเอกเปรม ว่า มีอิทธิพลครอบงำรัฐบาลและข้าราชการต่าง ๆ ทั้งที่ไม่ควรมีใครมีอำนาจอย่างนี้

คำว่าอำมาตยาธิปไตย ประดิษฐ์ขึ้นโดยจักรภพ เพ็ญแข แล้วทักษิณรับมาใช้ ให้ นปช.ขยายต่อ จนคนเสื้อแดงนึกว่ามีอยู่จริง ๆ

ทักษิณเรียกร้องให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แล้วแก้กฎหมายให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หรือบริหารให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หรือที่เรียกร้องมาตลอดคือจะเอารัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้

ก็รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ใช่หรือที่ใช้อยู่ตอนที่ทักษิณบอกว่า อำมาตย์สั่งทหารให้โค่นทักษิณ

ดังนั้นถึงใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ก็ไม่สามารถป้องกันอำมาตย์ได้ เห็น ๆ อยู่

การเรียกร้องเอารัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ จึงเป็นการหลอกลวง เพราะที่ทักษิณต้องการจริง ๆ จะเกี่ยวกับการทำให้ทักษิณพ้นผิด และการโกงง่ายกว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันต่างหาก

เพราะรัฐธรรมนูญของไทยไม่ว่าฉบับไหนไม่มีเขียนให้อำนาจอำมาตย์ไว้

ความจริงการที่ใครสักคนสามารถสั่งการหรือแนะนำคนให้ทำตามที่ตัวแนะนำได้โดยไม่ต้องมีอำนาจตามกฎหมายรองรับนั้น เรียกว่าบารมี แต่จะเกิดขึ้นได้เพราะคนที่เชื่อฟังเขาให้ความเคารพนับถือ เท่านั้น

ถ้าพลเอกเปรม ได้รับความเชื่อถือจากนักการเมืองและข้าราชการ จะเอากฎหมายอะไรไปห้ามไม่ให้เขาเชื่อถือ จะสั่งอย่างไรไม่ให้พลเอกเปรมไปพูดจากับคนอื่น มันเป็นสิทธิเสรีภาพของเขา

ดังนั้น การแก้รัฐธรรมนูญจึงไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้

การออกมาชุมนุมของเสื้อแดงเพื่อเรียกร้อง จึงเป็นการหลอกลวงแท้ ๆ ของทักษิณ

หรืออย่างเมื่อทักษิณ phone in ในช่วง 2-3 วันมานี้ ทักษิณอ้างว่าต้องการแก้ระบบ

ไม่ได้เจาะจงอำมาตย์คนไหน ถ้าอย่างนั้น ระบบอำมาตยาธิปไตยหมายความว่าอย่างไร?

หมายความถึง การที่อำมาตย์ซึ่งเป็นผู้มีบารมีที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
ไปบอกให้รัฐบาลหรือข้าราชการทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ตัวต้องการใช่หรือไม่

ถ้าใช่ ฐานะปัจจุบันของทักษิณก็เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญตัวจริง ที่กำลังสั่งการให้ สส.เพื่อไทย ทำตามที่ตัวเองต้องการอยู่

ทักษิณก็ต้องเป็นระบบอำมาตยาธิปไตยที่ตัวเองกำลังต่อต้านเหมือนกัน ใช่หรือไม่

นี่ก็แสดงถึงความเท็จที่ทักษิณกำลังหลอกลวงคนอยู่อย่างชัดเจน

ประเด็น สองมาตรฐานคือ ??

เรื่องนี้ทักษิณเอามาพูดหลายหนอย่างมาก แต่เอาที่จตุพรพูดกับอภิสิทธิ์ตอนเจรจากันออกทีวี

ซึ่งจตุพรบอกว่ารัฐบาลนี้ได้รับการสนับสนุนจากทหาร เมื่อนายสมัครเป็นนายกฯ เคยออก พรก.ฉุกเฉิน แล้วสั่งให้ทหารสลาย mob พันธมิตร แต่ทหารไม่ทำ แต่พอนายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯ ทหารกลับช่วยทำทุกอย่าง เป็นเรื่องสองมาตรฐาน 

เรื่องนี้เป็นจริงหรือเท็จอย่างไร ?

ตอนที่สมัครเป็นนายก พันธมิตรยึดทำเนียบ สมัครประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน แล้วสั่งการให้ดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม แล้วพลเอกอนุพงศ์ ผบ.ทบ. ได้นำกำลังเข้ามา แต่ไม่ดำเนินการเพื่อสลายการชุมนุม ถ้าไปดูให้ดีจะเห็นว่า นายสมัครไม่ได้สั่งให้ชัดเจนว่าจะให้ทหารทำอะไร พลเอกอนุพงศ์ก็เลยไม่ทำ

บอกว่าให้สั่งให้ชัดเจน แต่สมัครไม่กล้าสั่ง คงรู้และกลัวจะต้องรับผิดชอบ

จตุพรก็เลยกล่าวหาว่าทหารไม่ทำหน้าที่ แต่ถ้ากลับไปดูสัมภาษณ์และหลักฐานเอกสารดี ๆ จะเห็นชัด

ตอนรัฐบาลสมชายยิ่งแล้วใหญ่ สั่งให้ตำรวจสลายการปิดล้อมสภาเมื่อ 7 ตุลา ตำรวจทำรุนแรงจนประชาชนบาดเจ็บและตาย โดยนายกฯ สมชาย โยนความผิดให้ตำรวจ บอกว่า ตัวเองไม่ได้สั่ง บิ๊กจิ๋วเป็นคนสั่ง

ส่วนบิ๊กจิ๋ว บอก ผมสั่งแต่ไม่ได้สั่งให้ทำแบบนั้น ส่วน พล.ต.อ.พัชรวาทย์ ผบ.ตร. บอก เขาสั่งข้ามหัวผม สรุปแล้วคนที่รับผิดคือ พล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว ซึ่งเป็น ผบช.น.ในขณะนั้น ถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัยและทางอาญา

หลังจากนั้น เมื่อพวกพันธมิตรไปยึดสนามบิน รัฐบาลสมชายประชุม
จะให้ตำรวจไปจัดการสลาย mob จากสนามบิน

ตำรวจคือ สุชาติ เหมือนแก้ว บอกกับ ครม.ว่า ถ้าจะให้ตำรวจทำต้องสั่งให้ชัดเจน มีผู้รับผิดชอบชัดเจน ไม่งั้นนักการเมืองไม่ต้องรับผิด ตำรวจต้องรับผิด

ครม.สมชายไม่กล้าสั่งเอง โยนไปให้คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลตั้งขึ้น มี ผบ.ทบ.เป็นประธาน และปลัดทุกกระทรวงเป็นกรรมการ ให้เอาไปพิจารณา

โดยต้องการให้กรรมการชุดนี้เสนอแนะให้สลาย mob โดยเสนอวิธีการมาให้เลย
ปรากฎว่าคณะกรรมการชุดนั้นประชุมเสร็จแล้วมีมติว่า รัฐบาลยุบสภาเสียดีกว่า

นายกสมชายกลับจากเปรูคืนนั้นบินไปลงที่เชียงใหม่ พอ 4 ทุ่ม ไม่รู้ว่าปรึกษาใคร
ก็ออกแถลงการณ์สดประกาศว่าไม่ยุบสภา ไม่ลาออก

ทั้งหมดนี้ จะเห็นว่า ความจริงทหารตำรวจไม่ได้ใส่เกียร์ว่างเพราะไม่เต็มใจทำงานให้ หรือมีใครสั่งไม่ให้ร่วมมือ แต่เป็นเพราะนักการเมืองไม่รับผิดชอบ ต้องการจะให้ข้าราชการประจำปราบ แต่ตัวเองไม่ต้องรับผิด เขาเลยไม่ทำ เพราะทำแล้วจะต้องกลายเป็นคนผิด

มาดูสมัยอภิสิทธิ์บ้าง เมื่ออริสม้นต์นำเสื้อแดงบุกการประชุม Summit
ที่พัทยาจะเห็นว่า ตำรวจและทหารเรืออีกจำนวนมากก็เกียร์ว่างเหมือนกั เพราะตอนนั้นฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ออกมาแสดงตัวว่าจะรับผิดชอบหากเกิดอะไรขึ้น วางกำลังไว้แต่กฎการใช้กำลังไม่ชัดเจน คำสั่งให้ปฏิบัติอย่างไร เพียงใด ไม่ชัดเจน เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ การประชุมก็เลยล่ม

*ถ้าอำมาตย์ค้ำอภิสิทธิ์จริง ตำรวจและทหารก็คงปฏิบัติหน้าที่เข้มแข็งกว่านั้นแน่นอน***

บ่ายวันนั้น อภิสิทธิ์ประกาศใช้ภาวะฉุกเฉิน แต่ mob ก็สลายไปแล้ว

อย่างไรก็ตามคืนวันนั้นรัฐบาลประชุมกับฝ่ายตำรวจและทหาร

อภิสิทธิ์แจ้งชัดเจนว่าการตัดสินใจต่อจากนี้ เป็นการตัดสินใจของรัฐบาล
รัฐบาลเป็นผู้ออกคำสั่ง และจะรับผิดชอบต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ชัดเจน ออกTV ด้วย

หลังจากนั้น ทหารและตำรวจจึงปฏิบัติตามคำสั่ง เอาเทปเหตุการณ์มาดูอีกทีก็จะเห็นชัดเจน

ดังนั้นการกล่าวหาของนายจตุพรที่ว่า อำมาตย์สั่งทหารให้ค้ำอภิสิทธิ์จึงเป็นความเท็จ!

การกล่าวหาว่า ทหารและตำรวจใช้สองมาตรฐานต่อคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงจึงเป็นความเท็จ

แต่ถ้าบอกว่าเป็นต่างมาตรฐานหรือไม่ ต้องตอบว่าต่าง

เหตุเพราะรัฐบาลของนายสมัครและนายสมชาย ไม่กล้ารับผิดจากการสั่งงานของตัว จึงไม่ได้รับความร่วมมือจากทหารตำรวจ แต่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ออกมาพร้อมที่จะรับผิดชอบ จึงได้รับความร่วมมือ มาตรฐานต่างกันตรงนี้ต่างหาก

ความเท็จที่ทักษิณกับสมุนเอาออกมาปั่นหัวประชาชนในเรื่องนี้ ทำให้คนคิดว่ามีความไม่ยุติธรรมจริง ๆ จึงพากันออกมาต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

เห็นภาพของการล่อลวงชัดเจนหรือยัง เป็นการจงใจสร้างเรื่องเท็จไปล่อลวงเพื่อใช้คนเหล่านั้น คนที่รักทักษิณ เชื่อในทักษิณ รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม ให้เป็นเครื่องมือของทักษิณ

โดยหลอกให้เขานึกว่าที่เขาทำตามนั้น เพื่อประชาธิปไตย เพื่อบ้านเมือง เพราะทหารจะปฏิวัติ จึลต้องออกมาต่อต้านการปฏิวัติ??

เรื่องนี้ทักษิณกับสมุนที่เป็นแกนนำใช้หลอกลวงมวลชนมาตลอด ข้อพิสูจน์ที่เป็นจริงของเรื่องนี้ คือ

ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์มาเป็นนายก ทักษิณและแกนนำ นปช.ก็ปล่อยข่าวลือว่าทหารจะปฏิว้ติมาตลอด

ถ้าเอาที่พูดบนเวที ที่พูดในสภา ที่ออก TV เสื้อแดงมานับดู ก็จะพบว่ามีการหลอกมวลชนของตัวเอง ว่าทหารจะปฏิวัติมาแล้ว เป็นร้อย ๆ ครั้ง เฉพาะจตุพรคนเดียวก็นับไม่ไหวแล้ว แต่ทหารก็ยังไม่ได้ปฏิวัติสักที

ความจริงทหารที่ถูกกล่าวหา เพราะบางครั้งระบุชื่อเลย เช่นพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา เป็นต้น

น่าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กล่าวหา เพื่อทำให้ผู้กล่าวหาต้องออกมาขอโทษต่อสาธารณชน ยอมรับว่าได้โกหก

ถ้าเราทำอย่างนี้ คนก็จะเริ่มเห็นว่า ทักษิณโกหก นปช.โกหก เพื่อจะลวงล่อให้ประชาชนก่อเหตุ

ทักษิณเป็นประชาธิปไตย ทักษิณเป็นสัญลักษณ์ของการถูกทำลาย ถูกรังแก?

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชี้มุมโกหกหลอกลวงของทักษิณยากหน่อย สำหรับคนมีการศึกษาดีหรือเรียนทางรัฐศาสตร์มาจะเข้าใจง่ายมาก

แต่คนที่ไม่ได้เรียนมาจะไม่ค่อยเข้าใจ เพราะการใช้รูปแบบของการเมืองที่มีการเลือกตั้งจะทำให้คนเข้าใจว่าการที่ชนะเลือกตั้งแล้วเข้ามาปกครองประเทศ ก็เป็นไปตามประชาธิปไตยแล้ว

แต่ต้องเข้าใจลึกกว่านั้นนิดหนึ่งว่า การเป็นประชาธิปไตยนั้นนอกเหนือจากการเลือกตั้งแล้ว จะต้องมีลักษณะอื่น ๆ ที่จำเป็นด้วย เช่น การที่นักการเมืองทำการเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่, การแบ่งแยกอำนาจ,การตัดสินใจโดยสภา, การมีอิสระของศาล เป็นต้น

ซึ่งในประเด็นอื่น ๆ นอกจากการชนะเลือกตั้งมาแล้ว ทักษิณละเมิดหมดเลย นับตั้งแต่รวบอำนาจไว้กับตัว

ซื้อพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม ติดสินบนศาล สั่งการ ส.ว.ได้หมด

แต่งตั้งญาติและเพื่อนเข้าตำแหน่งสำคัญในวงราชการ

งานประมูลทั้งปวงของรัฐให้น้องสาวชื่อเจ๊แดง ชี้เป็นชี้ตายได้หมด ผูกขาดธุรกิจ
ถึงขั้นแก้กฎหมายหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งเป็นการรวบอำนาจเด็ดขาดไว้กับตัว
ทำให้สาระของรัฐบาลทักษิณ เป็นรัฐบาล "เผด็จการโดยรัฐสภา" เหมือนกับ Hitler ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งชนะเลือกตั้งมาเหมือนกัน น่าจะเป็นประชาธิปไตย แต่ต่อมาฮิตเลอร์แกรวบอำนาจจากสภาและทุกอย่างมาไว้ที่ตัว

ซึ่งเราทุกคนก็รู้ดีว่า Hitler คือจอมเผด็จการที่กุมอำนาจทุกด้านในเยอรมันไว้กับตัวทั้งหมด จนทั้งโลกต้องทำสงครามโลกจึงจะปราบ Hitler ซึ่งชนะเลือกตั้งลงไปได้

ดังนั้นทักษิณ จึงไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นสัญลักษณ์ของ "เผด็จการโดยรัฐสภา" ต่างหาก เป็นตัวอย่างของการฉ้อฉลในระบอบประชาธิปไตย

ส่วนที่ว่าแกถูกทำลายถูกรังแกนั้น ไปดูเอาเองว่าใครรังแกแกอย่างไร
อธิบายให้มวลชนเสื้อแดงที่เมาหมัดฟัง คงไม่ยากนัก


ประเด็น นปช.พูดความจริง สื่อถูกบังคับให้บิดเบือน?

เรื่องนี้สำคัญที่สุด เป็นหัวใจของทักษิณและ นปช. เกือบ 100% ของสิ่งที่พูดใน TV
และเวทีของ นปช.ล้วนเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และสามารถเอาเทปมาดู
แล้วทำความจริงเปรียบเทียบเพื่อให้มวลชนคนเสื้อแดงเห็นความจริงได้จำนวนมาก
และเป็นสิ่งที่เราต้องทำหลังจากการแก้วิกฤตเมษาปี 2553 ไปแล้ว อย่างน้อย ๆสักปีสองปี

กว่าคนจะตาสว่าง อาจต้องนานกว่านั้นด้วยซ้ำ การโกหกบิดเบือนในเรื่องนี้
ทำให้ดูเหมือนว่าทักษิณพูดความจริง


ประเด็น อภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน?

กรณี Clip เสียงตัดต่อนี้ ได้อธิบายไว้แล้วข้างต้น แต่ยังต้องนำเอาความจริงไปสู่ประชาชน ที่ถูกล่อลวงให้เห็นให้ชัดให้ได้


ประเด็น เปรมเป็นคนวางแผนรัฐประหาร??

เรื่องนี้เป็นสาเหตุของการประดิษฐ์ศัพท์ที่เรียกว่า อำมาตยาธิปไตย
ซึ่งเราต้องอธิบายให้ดี ความจริงที่เห็นได้คือพลเอกเปรม ออกมาด่าทักษิณแน่นอน

ที่เหลือที่พลเอกพัลลภ ไปเล่าให้ทักษิณฟัง ไม่มีใครพิสูจน์อะไรได้
พัลลภพูดอะไรก็ได้ให้ตัวเองได้เงิน แต่ทักษิณเอาไปทึกทักว่าจริง แล้วเอาไปหลอกมวลชนของตัวเองว่าพลเอกเปรม เป็นคนวางแผนฏิวัติ ซึ่งไม่แฟร์!!

การที่พลเอกเปรมพูดแล้วทำให้เกิดการปฏิวัติในเวลาต่อมานั้น
ไม่ได้หมายความว่าพลเอกเปรมวางแผน

แต่ความที่พลเอกเปรมเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เมื่อด่าทักษิณแล้ว ทำให้การปฏิวัติขับไล่ทักษิณเกิดขึ้นได้

ซึ่งความจริงจะมองว่าเป็นการฉวยโอกาสของ คมช.ก็ได้

อย่างไรก็ตามความเลวของทักษิณก็สมควรแก่การถูกล้มล้าง เห็นได้จากการที่ประชาชนเอาดอกไม้ไปมอบให้ทหารที่ปฏิวัติ แต่ในที่สุดการปฏิวัติของ คมช.
กลายเป็นประโยชน์แก่ทักษิณ เพราะทักษิณเอาไปอ้างได้ว่าตัวเองได้รับเลือกตั้งแล้วถูกล้มล้างจากการรัฐประหาร กลายเป็นความชอบธรรมของทักษิณที่จะเอาไปอ้างได้กับคนไทยและคนที่ออกเสียงเลือกทักษิณมา รวมทั้งไปอ้างกับคนทั่วโลกด้วย

แต่ประเด็นก็คือ การอ้างว่าพลเอกเปรมวางแผนรัฐประหารนั้น เป็นการกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐาน ไม่เคยมีใครยืนยันได้

มองในมุมหนึ่งก็เป็นศาลเตี้ย ที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยมีโอกาสแก้ตัวเลย

แต่การพูดย้ำกันเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ครั้งโดยทักษิณกับสมุน ก็ทำให้คนหลงเชื่อได้
แต่สิ่งที่ตามมาคือ คนเกลียดพลเอกเปรม ทั้งที่ไม่รู้ความจริง

และไม่เป็นธรรมกับพลเอกเปรมที่ได้ประกอบคุณงามความดีมาตลอดชีวิต
มากกว่าทักษิณหลายเท่า และพลเอกเปรมก็ไม่เคยตอบโต้หรืออธิบายหรือแก้ตัวเลย

สังคมไทยเราปล่อยให้คนดีถูกทำร้ายจิตใจโดยไม่ช่วยเหลือเห็นใจกันเลย น่าเศร้า
การอธิบายเรื่องนี้ให้มวลชนเสื้อแดงทราบ

คงต้องใช้วิธีตั้งคำถามให้พวกเขาสำรวจจิตใจของตัวเองอาจจะพอได้


ประเด็น ทหารตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์?

อันนี้เป็นข้อกล่าวหาที่แก้ง่ายมาก การที่ทหารสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลนั้น
เกิดขึ้นหลังจากการล้มของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน 2 รัฐบาล
และมีความขัดแย้งสูงในบ้านเมือง เมื่อเปลี่ยนขั้วแล้ว บ้านเมืองสงบขึ้นจริงอยู่ระยะหนึ่ง

ทำให้การที่ฝ่ายทหารสนับสนุนการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลครั้งนั้น เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อความสงบของบ้านเมืองจริง หลังจากที่สามารถฟันฝ่าการเผาเมืองของทักษิณเมื่อเมษา 2552 มาได้

ปัจจุบันที่ ทักษิณและ นปช.สามารถล่อลวงคนให้หลงเชื่อได้จำนวนมาก จึงทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองขึ้นมาอีก และโดยที่รัฐบาลไม่ได้เฉลียวใจระวัง
ป้องกันต่อต้านมาตั้งแต่ต้น ในขณะนี้จึงต้องกลายเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างลำบากอีก

การอธิบายเรื่องนี้ทำได้ไม่ยาก เพียงตั้งคำถามให้กับ นปช.และพรรคเพื่อไทย
ว่าเหตุผลที่ทหารไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยเพราะอะไร ?

เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นเครื่องมือของทักษิณ เป็นพรรคที่เอาความเท็จไปพูดในสภา

เช่นกรณีกล่าวหาว่าทหารฆ่าคนตายช่วงสงกรานต์ 2552 หรือกรณี clip เสียงที่ทำขึ้นมาใส่ร้ายอภิสิทธิ์ แล้วเอาไปพูดออกอากาศในสภาราวกับเป็นเรื่องจริง

เพราะต้องการสร้างเรื่องใส่ร้ายให้คนเกลียดชังรัฐบาล แล้วจะไม่ให้ทหารสนับสนุนได้อย่างไร

ทุกเรื่อง ทักษิณกับสมุน ก็เอาความเท็จไปหลอกลวงมวลชนของตัวเองทั้งนั้น


ประเด็น เศรษฐกิจแย่ลง สู้สมัยทักษิณไม่ได้?

เรื่องนี้ชี้แจงง่ายที่สุด เมื่อวันก่อน นายกรณ์ รมว.คลังได้แสดงตัวเลขที่ทำให้เห็นว่า รัฐบาลนี้ มีผลงานเหนือ รัฐบาลทักษิณในทุกหัวข้อ ทั้งที่อยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

แต่ถูกทักษิณเตะตัดขาตลอดเวลา ทักษิณพูดออกวิดีโอลิงค์ ว่า ขณะนี้เศรษฐกิจแย่ ซึ่งเป็นความเท็จ เพราะเศรษฐกิจกำลังดีขึ้น

ความจริงก็คือทักษิณกลัวว่า หากไม่รีบล้มรัฐบาล แล้วมีการเลือกตั้งตอนนี้ คนจะหันไปนิยมรัฐบาลอภิสิทธิ์มากขึ้น จึงต้องทำลายทุกวิถีทาง รวมทั้งก่อเรื่องให้เศรษฐกิจกระทบกระเทือนด้วย ซึ่งจะเห็นเล่ห์กลของทักษิณอย่างชัดเจน

ที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

เพียงต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า ทักษิณ กับ นปช. และ ส.ส.เพื่อไทย ร่วมมือกันให้ความเท็จ โดยจงใจ และวางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อหลอกลวงมวลชนของตัวเองให้ออกมาเคลื่อนไหวและทำตามที่บงการ แม้จะให้ทำสิ่งที่ผิดกฏหมายก็ตาม

หวังว่าผู้อ่านคงจะเห็นความสำคัญของการช่วยกันเปิดโปงการล่อลวงของทักษิณกับสมุนในทุกเรื่องทุกมุม ทุกวงการ ทุกเวที จนกลายเป็นกระแสนำของสังคม

ถ้ามีคนช่วยกันเปิดโปงเป็นหมื่น ๆ คน ร้อย ๆ กลุ่ม รัฐบาลทำคนเดียวไม่พอ

แต่รัฐบาลต้องเป็นตัวนำ และผู้คนสนับสนุนช่วยกัน ถ้าทำใน ระดับที่เล็กกว่านี้
อาจจะไม่เพียงพอที่จะรับมือกับภัยคุกคามต่อชาติในครั้งนี้

*สรุปส่งท้าย***

สิ่งสำคัญที่เป็นหัวใจของทักษิณกับสมุน คือการล่อลวงที่มีการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเห็นว่าเรื่องเท็จที่ปั้นแต่งขึ้นมานั้น ได้มีการวางแผนประดิษฐ์ออกแบบมาอย่างรอบคอบ ทำให้เกิดความสำเร็จอย่างที่เห็นกันอยู่

หากเราไม่ทำลายความสามารถในการล่อลวงนี้ เราจะไม่มีวันชนะทักษิณกับสมุนได้อย่างเด็ดขาด

ไม่ว่าเราจะใช้วิธีอื่นใดอีกเท่าไรก็ตาม และความแตกแยกในบ้านเมืองก็จะดำรงอยู่
และอาจจะขยายต่อไปอีก

เพราะคนจะไม่รู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ต่างฝ่ายก็จะเชื่อตามข้อมูลข่าวสารที่ตัวเองเสพอยู่ และเราจะไม่มีวันก้าวพ้นความแตกแยกนี้ไปได้ ต่อให้ทักษิณตายลงไปก็ตาม

ฉะนั้นต้องแก้ไขเสียก่อนที่ทักษิณจะตาย สู้กันซึ่ง ๆ หน้าให้เห็นชัดว่าใครโกหก
ใครพูดจริง ให้คนค่อย ๆ เห็น

จริงอยู่อาจจะยาก และอาจจะต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าไม่เริ่มต้นทำและอดทนทำจนกว่าจะเป็นผลสำเร็จ เราก็สิ้นชาติ

*หลักใหญ่มี 3 ข้อเท่านั้น

1.เปิดโปงการโกหกให้ ความเท็จของทักษิณกับสมุน
2.ชี้ให้เห็นว่าความเท็จเหล่านั้น ใช้หลอกลวงมวลชนของตัวเอง
3.เราใช้ความจริงที่ พิสูจน์ได้เท่านั้นในการเปิดโปงนี้ และต้องไม่บิดเบือน

ถ้าเราทำสำเร็จ ตัวชี้วัดจะอยู่ที่การทำให้มวลชนคนเสื้อแดงที่ถูกหลอกลวงได้ตาสว่างเห็นความจริง แล้วหันไปโกรธแค้นทักษิณกับสมุน เราจะเห็นสภาพนั้นเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

และจะทำให้ความแตกแยกของคนในชาติจบลงได้ด้วย การเปิดโปงความโกหกหลอกลวงของทักษิณและ สมุน เป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้

และต้องทำให้มากเท่า ๆ กับที่ทักษิณทำ ไม่เช่นนั้นคนจะหลงเชื่อทักษิณต่อไป
เราจะไม่มีวันแก้ปัญหาได้

ตอนนี้รัฐบาลและคนรู้ทันทักษิณ แทบไม่ได้ทำเลย อย่างมากแค่ด่า ๆ ไป

แต่กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องพูดด้วยคือมวลชนของคนเสื้อแดง พี่น้องร่วมชาติของเราที่ตกเป็นเหยื่อของทักษิณ

ถ้าเราละทิ้งเขา ไม่ช่วยเขา เขาก็จะกลายเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ของทักษิณตลอดไป

ต้องให้ความจริง ปรากฏจนชัดแจ้งต่อคนเสื้อแดงที่เป็นเหยื่อทักษิณให้ได้!!
"
"
แนะนำอ่าน ฝรั่งแฉสันดานคนไทย ตอนแรก!!  (คืออีกสุดยอดบทความที่พลาดไม่ได้เลยจริงๆ)





วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

CNNรายงาน ทักษิณรีบชิ่งจากเสื้อแดง!

.
.
May 19, 2010 2:24 a.m. EDT


Thaksin: I am not Red Shirt leader. ผมไม่ได้เป็นผู้นำเสื้อแดง!

Bangkok, Thailand (CNN) -- Former Prime Minister Thaksin Shinawatra said Wednesday he was not the leader of the United Front for Democracy, the formal name of the Red Shirt opposition, and that their movement calling for new elections is not on his behalf.

"They did not demand anything for me or on my behalf. I am not UDD leader," he said. " Any negotiation to end the demonstration or conflict must be made between the government and UDD leaders. I have no authority to negotiate on behalf of the UDD."

The anti-government protesters support Thaksin(แปลว่า กลุ่มต่อต้านรัฐบาลสนับสนุนทักษิณไม่ได้เพื่อประชาธิปไตย), who was ousted in a 2006 bloodless military coup and who fled the country to avoid a corruption trial.

In a statement, Thaksin accused the Thai government of defaming him when it said he was the mastermind behind the violence in the country's ongoing political crisis.

"I never approve nor agree to any use of violence," he said. "I believe in peace. I love my country as much as any member of this government. I believe in peaceful and non-violent means to end conflict and reject any use of force. If there is any act of terrorism, it is the duty of this government to find the wrongdoer and prosecute them in the court of law."

ขอสรุปที่แม้วบอก

"ผมไม่ได้เป็นผู้นำเสื้อแดง พวกเขาไม่ได้ทำเพื่อผมหรือในนามของผม ผมไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง ผมรัีกชาติเช่นเดียวกับทุกคนในรัฐบาล ผมเชื่อเรื่องสันติภาพ ปราศจากความรุนแรง หมายถึงยุติความขัดแย้ง ปฏิเสธการใช้กำลัง

ถ้ามีการใช้ความรุนแรงจากผู้ก่อการร้าย มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะจัดการดำเนินคดีกับผู้ละเมิดกฏหมายด้วยระบบศาลยุติธรรม!"



.

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เปลว สีเงินเล่าถึงจอมพลสฤษดิ์

.
.

"ถ้าไม่ใช้อำนาจแล้วจะถูกอำนาจใช้"


"จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ปฏิวัติ ๒ ครั้ง ครั้งแรก-ยึดอำนาจรัฐบาล "จอมพล ป.พิบูลสงคราม" เมื่อ ๑๖ กันยายน ๒๕๐๐ และตั้งให้ "นายพจน์ สารสิน" เป็นนายกฯ รักษาการ ๙๐ วัน เลือกตั้งใหม่ได้ "จอมพลถนอม กิตติขจร" เป็นนายกฯ ครั้งที่สอง-นายกฯ ถนอมเจอมรสุมรัฐสภา "ลาออก" ๑๙ ต.ค.๐๑ จอมพลสฤษดิ์ซึ่งพักผ่อนอยู่อังกฤษทราบข่าว บินกลับมาถึงตอน ๓ ทุ่มคืนที่ ๒๐ ต.ค. ตีนแตะสนามบินปุ๊บก็ "ยึดอำนาจ" ปั๊บ และขึ้นเป็นนายกฯ เองเมื่อ ๙ ก.พ.๐๒ จนอสัญกรรมเมื่อ ๘ ธ.ค.๐๖

ที่ผมเล่าย่อๆ มาทั้งหมดนี้ ก็เพียงอยากบอก "นายกฯ อภิสิทธิ์" คำเดียวว่า จาก ๒๕๐๐-๒๕๐๖ รวมเวลา ๖ ปี ของจอมพลนักรัก ผู้สร้างประวัติศาสตร์
"เผด็จการสร้างชาติ" ให้เป็นตำนานเล่าขานตราบถึงทุกวันนี้ ท่านใช้คำ ๑๗ คำเท่านั้น "ปฏิวัติสังคมชาติ" สำเร็จ

ยึดอำนาจครั้งแรก ยึดเสร็จ มอบให้ "นายพจน์ สารสิน" รับภาระนายกฯ ๙๐ วันเสร็จ ท่านพูด ๗ คำ ก่อนกลับไปทำหน้าที่ทหารดังเดิม ๗ คำนั้น มัดใจคนไทยทั้งชาติ ไม่ว่า เศรษฐี-ผู้ดี-ไพร่-ยาจก-วณิพก-ขอทาน-พระ-เถน-เณร-ชี ให้จำท่านในอารมณ์ถวิลหาด้วยวลีว่า

"พบ-กัน-ใหม่-เมื่อ-ชาติ-ต้อง-การ"!

เมื่อยึดอำนาจครั้งที่สอง รวบทั้งอำนาจทหารและอำนาจรัฐบาลเบ็ดเสร็จขึ้นเป็นนายกฯ เอง ท่านใช้คำพูด ๑๐ คำ ทำให้ข้าราชการ-ทหาร-ตำรวจ และทุกองคาพยพในชาติทั้งที่เป็นพวก และไม่ใช่พวก ฮึกเหิม-พร้อมใจ-ไม่พรั่น ขอเพียงสฤษดิ์สั่ง แม้ดำน้ำ-ลุยไฟ ทุกคนพร้อมยอมตาย เพื่องาน "ปฏิวัติชาติ" สู่เป้าหมายตามแผน

๑๐ คำนั้น มันคืออะไรกันนะถึงได้ "ขลัง" โดยไม่ต้องลงยันต์เช่นนั้น หลายท่านคงจำได้ เพียงแต่ชิน จนคร้านจะนำมาใคร่ครวญกันเท่านั้นเอง

"ข้า-พ-เจ้า-ขอ-รับ-ผิด-ชอบ-แต่-ผู้-เดียว"!

นี่ไง...ลองผู้นำประกาศว่า "ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว" บรรดาผู้ตาม จะมีใคร-คนไหนไม่เต็มใจรับ ปฏิบัติ-ชัด-จบ บ้างล่ะ ในเมื่อลูกพี่ใหญ่รับประกันตายแทน แล้วมันจะมีลูกน้องคนไหนไม่ "แพ้ใจ" เจ้านายก็ให้มันรู้ไป เพราะ๑๐ คำที่ว่า "ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว"

นั่นเท่ากับ สุข-สุขด้วยกันโว้ย...

แต่ถ้าซวย พวกมึงหลบไป กู...นายรับเอง!

นี่ย...เราไปศึกษา เราจะเห็นว่าจอมพลสฤษดิ์ใช้อำนาจ "เผด็จการทหาร" ทำหลายสิ่ง-หลายอย่างเป็นรากฐานให้อยู่ถึงทุกวันนี้ จุดแข็งอยู่ที่คำ ๑๐ คำนี้เท่านั้นในการ "ซื้อใจ" ลูกน้อง-บริวาร และคนที่ถูกบริหารทั้งประเทศ

ท่านไม่มีความรู้ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การเงิน การคลัง การลงทุน การพัฒนาอะไร นอกจากคำว่า "เยส-ดอลลาร์" แต่ว่า "โน-เงินไทย" คือท่านชอบกินเงินอุดหนุนจากนอก แต่ไม่โกงเงินจากภาษีของชาวบ้าน ก็ดีอย่าง-เลวอย่าง

ที่สำคัญ "ท่านฉลาด" เด็ดขาด-ไม่ยอมใคร แต่พร้อมค้อมหัวให้ "คนเก่ง-ที่ไม่โกง"!

และคนเก่งที่ท่านต้องการนำมาใช้เพื่อการ "ปฏิวัติสังคมชาติ" คือใครท่านทราบมั้ย คือคนที่ท่านแค้นจนอยากฆ่าเพราะขวางทางการโกงแบงก์สมัยท่านเป็นนายทหารใหญ่ แต่พอคุมอำนาจบริหารประเทศ คนที่ท่านอยากฆ่า กลับเป็นคนคนแรกที่ท่าน "ตะกายหา" ให้กลับมาช่วยทำงาน...ปฏิวัติโครงสร้างสังคมชาติ

"ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์" ปรมาจารย์ทางเศรษฐกิจและการคลัง พ่อของนายจอน-นายใจ อึ๊งภากรณ์ นั่นไง!?

พูดถึงการปฏิวัติ-การยึดอำนาจ ท่านอย่าเข้าใจไขว้เขวนะครับ ที่ทหารลากปืน-ลากรถถังมาขับไล่รัฐบาลทักษิณ อย่าง ๑๙ กันยา ๔๙ ที่พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ทำนั้น เขาเรียกว่า "ยึดอำนาจ" ไม่ใช่ปฏิวัติ

ส่วนการปฏิวัตินั้น จะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงชนิดรื้อโครงสร้างระบบ-ระบอบเดิมทิ้ง แล้วนำของใหม่มาใช้แทน เป็นการเปลี่ยนแปลงชนิดเฉียบขาด ฉับพลัน พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เห็นผลทันตาเห็น ถ้าเป็นทางการเมือง สมมุติเปลี่ยนจากประชาธิปไตยเป็นคอมมิวนิสต์ นี่เรียกปฏิวัติ

เลิกระบบเกษตรแล้วเปลี่ยนเป็นระบบอุตสาหกรรมเครื่องจักรหมด นี่ก็เรียกปฏิวัติ ตั้งแต่เกิดมาโตเป็นหนุ่ม-เป็นสาวยันโทรม ไม่เคยนุ่งกางเกงในเลย จู่ๆ หันมานุ่งกางเกงในชนิดไม่ใส่แล้วออกจากบ้านไปไหนไม่ได้ นี่ก็เรียกว่าปฏิวัติตัวเอง

แต่อย่างลากรถถังมาแล้ว "ชิ้ว...ชิ้ว...มึงออกไป กูเป็นรัฐบาลแทนเอง" แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม โกงกันเหมือนเดิม พวกมึง-พวกกูเหมือนเดิม ข้าราชการก็มาสาย-บ่ายกลับเหมือนเดิม ปิดทางด่วนตะพึดตะพือเหมือนเดิม

อย่างนี้ไม่เรียกปฏิวัติ เรียกว่า "สมบัติผลัดกันแดก" เพียงล้มรัฐบาล แต่ไม่ได้ล้างระบอบ

พอเข้าใจกันนะครับ!?

อย่างจอมพลสฤษดิ์นี่อาจเรียกได้ว่า "กึ่งปฏิวัติ-รัฐประหาร" คือยึดอำนาจแล้วเปลี่ยนระบบ แต่ไม่ได้เปลี่ยนระบอบ คือจากระบบรัฐสภาไปเป็น "ระบบเผด็จการ" แต่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเหมือนเดิม

ที่ผมให้เครดิตว่า "กึ่งปฏิวัติ" เพราะท่านรัฐประหาร-ยึดอำนาจบริหารประเทศแล้ว ท่านปฏิวัติโครงสร้างสังคมชาติหลายอย่าง เปลี่ยนจากสังคมเกษตรพอกิน-พออยู่ภายใน ไปเป็นสังคมเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก เปิดประเทศให้ทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ปฏิวัติ-จัดระบบสถาบันการเงิน-การธนาคารใหม่ให้เข้ามาตรฐานโลก ตั้งสำนักงบประมาณ ตั้งสภาพัฒน์ มีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นเข็มทิศนำประเทศ ฯลฯ

เรียกว่า "จัดโครงสร้างสังคมชาติใหม่" เป็นรากฐานไว้จนถึงทุกวันนี้ ส่วนวันนี้ ใครจะชี้ว่าท่านพาประเทศหลงทางจนเป็นทาสระบบทุนชนิดถอนตัวไม่ขึ้น ผมก็ไม่เถียง แต่อยากจะบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ในยุคหนึ่ง-สมัยหนึ่ง ก็ย่อมถูกต้อง-เหมาะสมกับยุคนั้น สมัยนั้น

แต่ผ่านมา ๕๐ กว่าปี จะโทษจอมพลสฤษดิ์ไม่ได้ ต้องโทษทุกรัฐบาล และทุกคน เอาแต่กอบโกยผลิตผลจากมรดกปฏิวัติโครงสร้างสังคมของจอมพลสฤษดิ์ โดยไม่ยอมวิวัฒนาการโครงสร้างชาติตามไปกับวัน-เวลา-สถานการณ์ในแต่ละยุคสมัยด้วย เหมือนเรามีโรงงานที่พ่อสร้างไว้ ๕๐ ปี เราก็เพลินแต่กอบโกยผลได้จากผลิตผลเครื่องจักรนั้น

ผ่านไป ๕๐ ปี ไม่ซ่อม ไม่เปลี่ยนเครื่องจักร ถึงวันนี้ จากยุคไอน้ำมาเป็นยุคไอที แล้วเราจะมาโทษว่า "ที่พ่อทำไว้ไม่ดี" โครงสร้างเกษตรของไทยป่นปี้ อุตสาหกรรมทุนทำให้ชาวไร่-ชาวนาเป็นหนี้ แต่พ่อค้า-นายทุนรวย อย่างนี้เห็นจะไม่ถูกต้องนัก

การนำประเทศที่เคยอยู่กันแบบ "พออยู่-พอกิน" สุขสบายกันถ้วนหน้าตามอัตภาพ ไปเป็นระบบทุนข้ามชาติ ระบบอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกในยุคจอมพลสฤษดิ์ จนถึงวันนี้ ทั้งประเทศและคนไทยกลายเป็น "ทาสระบบทุน" กันไปหมดนั้น นั่นก็เพราะพวกเรา "เห็นแก่ตัว" ดูดทุกอย่างเอาจากประเทศ แต่ไม่เคยสนใจจะให้อะไรกับประเทศ

เพราะทั้งนักการเมือง ทั้งพ่อค้า-นายทุน "น้อยคน" จะสำนึกด้วยเอื้อเฟื้อในคำว่า

ได้แล้วรักษาเพื่อ "อนาคตส่วนรวม"!?

"จอมพลสฤษดิ์+อาจารย์ป๋วย" นั่นแหละครับคือ "ต้นตำรับปฏิวัติสังคมชาติ" จะเรียกว่าเป็น "เผด็จการที่มีคุณูปการ" แก่สังคมชาตินับตั้งแต่ประเทศไทยมีการยึดอำนาจมาก็ย่อมได้ เพราะท่านไม่ได้ยึดอำนาจเพื่อกินชาติ แต่ท่าน "ปฏิวัติ" เพื่อสร้างชาติ เป็นมรดกงานฝากไว้จนถึงวันนี้

เศรษฐกิจยุคจอมสฤษด์ จะเรียกว่ายุค "เศรษฐกิจ ๕๐ สตางค์" ก็ย่อมได้ ใครมีเงินติดกระเป๋าแค่ ๕๐ สตางค์พาสาวนั่งรถเมล์ชมกรุงได้ทุกสายรอบเมือง หิวกระหาย ร้อนนอก-ร้อนใน นั่งร้านไหนสั่งโอเลี้ยงมาบ้วนปากได้ ทุกร้าน-ทุกแก้ว-ทุกราคา ๕๐ สตางค์!

ใครทำซ่า เจอข้อหาอันธพาล โน่น...ส่งไปซ่าอยู่ในลาดยาว ไอ้ที่จะชุมนุมสันติ-อหิงสา มาตั้งเวทีก๋าๆ แสดงบทเหี้ยตะกายตึกอย่างนั้นน่ะ สฤษดิ์เอาตายตั้งแต่ยังเป็นแค่ไข่เหี้ยนั่นแล้ว!!!

ครับ...ก็ไม่มีอะไรมาก วันหยุดก็นั่งดูไร่แตงโม ไร่มะเขือเทศที่ปลูกไว้ ฝนตกติดต่อกัน ๒-๓ วัน เถาที่เหี่ยวเฉา บางเถาที่คอพับ-คออ่อน ค่อยกระดิกพลิกใบขึ้นมาบ้าง

แล้วแผนปรองดองไปถึงไหนล่ะ อย่าเล่นบท "พ่อแง่-แม่งอน" กันให้นานนัก!?

หัด "เจ้าชู้ยักษ์" ปากว่า-มือถึงบ้างเถอะครับท่านนายกฯ มัวแต่นั่งถอนหญ้า เอาผ้าเช็ดหน้ามาบิด แล้วเมื่อไหร่จะได้ขึ้นสวรรค์กันล่ะ ฝ่ายแกนนำเสื้อแดงเขาก็แค่เกี่ยงให้กำหนดวัน มันก็เหมือนมารยาหญิงเท่านั้น เพราะพวกเขาก็หลายฝ่าย มีทั้งพวกอยากให้จบ มีทั้งพวกอยากลากไว้หาแดก ลาไปไว้นาน ชาวบ้านจะเอียน

เชิญมานั่งโต๊ะหม่ำลาบ ส้มตำ แกล้มสะตอ แล้วคุยกันประสาเพื่อนฝูง ประสาพี่ ประสาน้อง มีอะไรก็ว่ากันไปให้จบไปซะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ใครไม่เห็นแก่ประเทศชาติ ก็ขอให้เห็นแก่ทางวัดบ้างเถอะ

หาที่คุยลับๆ ไม่ได้ มาที่ดง "ลาบ-ส้มตำ" คลองเตยนี่ก็ได้ ผมจัดการให้ ร้านอู๋หน้า "ไทยโพสต์" นี่ ถึงริมถนนแต่อินเตอร์ ฝรั่งตกเรือมาดินเนอร์ซดช้างแกล้มสเต๊กน้ำตกกับซุปทุกคืน...ซุปหน่อไม้น่ะ!

ตัดสินใจอะไรออกไปแล้ว "ลุยเลย" ไม่ต้องไปแคร์แดม "ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว!"

มาร์คเอ๋ย!

ไทยโพสต์