วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

กำเนิดสังฆทานจาก พระนางมหาปชาบดี ถึง พระอชิตะ







พระอชิตราชกุมารออกบวช

พระอชิตราชกุมาร พระโอรสของพระเจ้าอชาตศัตรู ซึ่งประสูติแต่พระนางกาญจนาเทวี ได้ทรงสดับพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้ว ทรงเลื่อมใสในพระพุทธานุภาพยิ่งนัก มีพระประสงค์บวชในสำนักของพระพุทธเจ้า จึงทูลลาพระราชบิดา
ครั้นได้รับอนุญาตแล้ว จึงพาบริวาร 1,000 คน ออกบวช ครั้นบวชแล้ว ได้ศึกษาพระพุทธพจน์ได้เป็นอันมาก จนมีความรู้แตกฉานสามารถสอนพระธรรมวินัยแก่เพื่อนสพรหมจารีทั้งปวงได้




พระนางปชาบดีถวายผ้าสาฎก

สมัยหนึ่ง พระบรมศาสดาเสด็จไปสู่กรุงกบิลพัสดุ์เป็นครั้งที่ 2 ทรงประทับอยู่ที่นิโครธารามมหาวิหาร ในครั้งนั้นพระนางมหาชาบดีโคตมี มีพระราชศรัทธาจะถวายผ้าสาฎก 2 ผืนแก่พระพุทธเจ้า ซึ่งผ้านั้นทรงจัดการให้ทอขึ้นเป็นพิเศษด้วยพระองค์เอง เป็นผ้าเนื้อดีมีราคาแพง แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงรับผ้านั้น ทรงแนะนำให้ถวายแก่พระสงฆ์

พระนางมหาปชาบดีทรงอ้อนวอนขอถวายถึง 2 ครั้ง 3 ครั้ง พระพุทธเจ้าก็ไม่ทรงรับ ทั้งนี้ ทรงมีพระประสงค์จะอนุเคราะห์พระมาตุจฉาให้ได้รับอานิสงส์มาก โดยจะให้ถวายเป็นสังฆทาน ทั้งทรงพระประสงค์จะให้พระสงฆ์ได้รับความเคารพสักการะจากมหาชน เพื่อเป็นกำลังในการสืบต่อพระพุทธศาสนา ด้วยเหตุนี้ พระนางทรงเสียพระทัยเป็นอันมาก จึงเข้าไปหาพระอานนท์ขอให้ทูลถามถึงเหตุแห่งการไม่ทรงรับผ้าสาฎก 2 ผืนนี้




ทรงแสดงทักษิณาวิภังคสูตร (ต้นกำเนิดสังฆทาน)

ครั้นแล้ว พระอานนท์จึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทูลขอให้พระองค์ทรงรับผ้าสาฎกนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงปรารภเหตุนี้แล้วแสดงทักษิณาวิภังคสูตร จำแนกทานออกเป็น 2 คือ ปาฏิปุคคลิกทาน (ทานที่ถวายเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง) และสังฆทาน (ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์ไม่เจาะจงรูปใดรูปหนึ่ง)

ทรงแสดงให้เห็นว่าทานทั้ง 2 นั้น สังฆทานมีผลมากกว่า มีอานิสงส์มากกว่าปาฏิปุคคลิกทาน แล้วทรงจำแนกทักษิณาวิสุทธิ์ คือ ความบริสุทธิ์แห่งการถวายทาน และทรงแสดงให้เห็นว่า ทักษิณาทานมีผลมาก มีอานิสงส์มากนั้นจะต้องบริสุทธิ์ทั้ง 2 ฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายผู้ให้และฝ่ายผู้รับ





พระอชิตะรับผ้าสาฎก

เมื่อพระนางปชาบดีโคตมีทรงสดับพระธรรมเทศนาแล้ว ทรงพระโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง จึงนำผ้าสาฎกคู่นั้นไปถวายพระสารีบุตร ท่านก็ไม่รับ ทรงนำไปถวายพระโมคคัลลานะ ท่านก็ไม่รับ ทรงนำไปถวายพระสาวกองค์อื่น ๆ ท่านเหล่านั้นท่านก็ไม่รับ

ในที่สุดก็ทรงนำไปถวายพระอชิตภิกษุซึ่งเป็นพระบวชใหม่ที่อยู่ท้ายแถว พระอชิตจึงรับไว้ พระนางโทมนัสจนน้ำพระเนตรไหล ทรงน้อยพระทัยว่า ตนเองมีบุญน้อย พระพุทธเจ้าและพระสาวกผู้ใหญ่จึงไม่รับผ้าสาฎก






พระอชิตะเหยียดมือรับบาตรกลางอากาศ

ครั้นพระศาสดาทรงทราบการที่พระนางมหาปชาบดีโคตมีเสีย พระทัย จึงใคร่จะทำให้พระนางเกิดความโสมนัสในการถวายทานครั้งนี้ พระพุทธองค์จึงได้โยนบาตรของพระองค์ไปในอากาศ บาตรนั้นหายเข้าไปในกลีบเมฆ พระสารีบุตรและพระสาวกหลายรูปขออนุญาตไปนำบาตรกลับมาถวาย แต่ก็ไม่สามารถนำกลับมาถวายได้

พระพุทธเจ้าจึงตรัสบอกพระอชิตะให้ไปนำบาตรมาถวาย พระอชิตะจึงได้เหยียดมือออกไป พร้อมกับตั้งสัตยาธิษฐาน ด้วยอำนาจการบวชด้วยศรัทธา ด้วยอำนาจการประพฤติพรหมจรรย์เพื่อตรัสรู้ธรรมทั้งปวง และด้วยอำนาจแห่งศีลอันบริสุทธิ์ของตน

ในขณะนั้นบาตรของพระพุทธเจ้าก็ลอยตกลงในมือของพระอชิตภิกษุ พระนางมหาปชาบดีทอดพระเนตรเห็นดังนั้น จึงทรงโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นนมัสการพระพุทธเจ้าแล้ว เสด็จกลับพระราชวัง




พระอชิตะถวายผ้าเป็นพุทธบูชา

ครั้นพระอชิตะรับผ้าสาฎกจากนางมหาปชาบดีแล้ว ก็ดำริว่า ผ้าผืนนี้ไม่สมควรแก่ตน ควรถวายแก่พระพุทธเจ้าเพื่อเป็นพุทธบูชา จึงเอาผ้าผืนหนึ่งดาดเป็นเพดาน ณ เบื้องบนพระคันธกุฎี ส่วนอีกผืนหนึ่ง ตัดเป็น 4 ท่อน ผูกเป็นม่านห้อยลงที่มุมเพดานทั้ง 4 แล้วตั้งปณิธานขอให้วัตถทานนี้จงเป็นปัจจัยให้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณในอนาคตกาล

พระพุทธเจ้าทรงดำริแล้วพยากรณ์ว่า อชิตภิกษุนี้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า พระศรีอริยเมตไตรย์


วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

พรรษยา เขียวเปลื้อง TGT5 นางเอกโกลด์บัสเซอร์ของพี่ดี้ นิติพงษ์







ารแข่งขันไทยแลนด์ก็อตทาเลนจ์ ซีซั่น 5 ได้เกิดปรากฎการณ์ของสาวน้อยมหัศจรรย์ขึ้นอีกครั้ง จากสาวน้อยที่มีชื่อว่า พรรษยา เขียวเปลื้อง นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา (ออริจินอล)

ซึ่งเธอมาโชว์การร้องเพลง "แม่นาคพระโขนงเดอะมิวสิคัล" ซึ่งต้นฉบับคือ นัท มีเรีย ขับร้องไว้



แล้วหนูพรรษยา ก็สร้างความประทับใจให้คนดูทั้งในเวที TGT และคนดูทางบ้านอย่างผมรู้สึกประทับใจมาก ๆ

และความประทับใจนี้ก็มากถึงขนาดที่ พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ปรมาจารย์นักแต่งเพลงชื่อดัง ต้องถึงกับลุกขึ้นมากดปุ่มสีทอง เพื่อให้น้องพรรษยา ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศไปทันที

แต่ก็มีหลายคนแสดงความเห็นว่า หนูพรรษยายังไม่น่าถึงกับได้ปุ่มสีทองจากพี่ดี้

--------------------

ขอนอกเรื่องสักนิดก่อนครับ

ก่อนอื่น ก่อนที่ผมจะวิจารณ์การแสดงของน้องพรรษยา ผมอยากพูดถึงเรื่องชุดนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก่อนครับ



คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่อยู่ติดกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สังคมไทยยกย่องว่า คือโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายอันดับ 1 ของประเทศไทย ซึ่งนักเรียนที่จะเรียนต่อ ม.ปลาย แทบทุกคนใฝ่ฝันอยากจะมาเรียนที่นี่กันทั้งนั้น

เพราะโรงเรียนนี้ได้ชื่อว่า มีนักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดระดับต้น ๆ ของประเทศไทยมารวมกันอยู่ที่นี่เพียบ

สมัยตอนผมเรียนมัธยมศึกษา ผมก็เคยมาสอบเข้าที่เตรียมอุดมฯ เหมือนกัน แต่ผมมันเด็กที่เก่งแต่เอาตัวรอดในการสอบแค่ผ่านไปวัน ๆ ไม่เก่งถึงขนาดระดับประเทศ ก็เลยมีอันแห้วสอบไม่ได้ไปตามระเบียบ

สมัยที่ผมยังเป็นนักเรียนมัธยม แน่นอน การใส่ชุดนักเรียน การตัดผม ของผมก็มักมีผิดระเบียบจนทำให้ครูต้องจับกล้อนผมบ้าง สั่งให้ไปซื้อกางเกงนักเรียนตัวใหม่บ้าง แต่แม้จะซื้อมาใหม่ก็ไม่วายเกือบ ๆ จะผิดระเบียบอยู่ดี

แต่นักเรียนเตรียมอุดมศึกษาทุกคน ไม่มีการใส่ชุดนักเรียนที่ผิดระเบียบเลย นักเรียนที่นี่ทุกคนจะใส่ชุดนักเรียนเรียบร้อยถูกระเบียบทุกประการ ทั้งเสื้อผ้าและทรงผม โรงเรียนกำหนดไว้อย่างไร นักเรียน ตอ. ทุกคนก็จะปฏิบัติตาม

ซึ่งเด็กออกจะเกเรไม่ค่อยถูกระเบียบอย่างผม ได้สังเกตนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา ออริจินอล เป็นแบบนี้มานานหลายสิบปีแล้ว

และไม่ว่า นักเรียนเตรียมอุดมศึกษา จะไปเข้าแข่งขันอะไรที่ไหน ก็จะเห็นนักเรียนทุกคนใส่ชุดนักเรียนถูกระเบียบเรียบร้อยเป๊ะ ๆ ทุกเวทีที่ไปแข่งขัน

อย่างเช่นประกวดวงดนตรีระดับมัธยมปลาย ซึ่งเราอาจเห็นนักเรียนจากโรงเรียนอื่น ๆ แต่งกายไม่ถูกระเบียบบ้าง แต่ถ้าเป็นทีมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแล้ว ทุกคนจะใส่ชุดนักเรียนถูกระเบียบสวยงามเป๊ะ ๆ ตลอด

จนตอนหลัง เมื่อผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมถึงเพิ่งฉลาด เพิ่งมาคิดได้ว่า เด็กฉลาดแท้ ๆ เขาจะไม่มามัวเสียเวลาผิดระเบียบกับเรื่องชุดนักเรียนให้เปลืองสมองเขาหรอก เพราะสมองระดับอัจฉริยะจะต้องไปใช้กับเรื่องที่มีสาระมากกว่า ไม่มัวมาเรียกร้องไม่อยากใส่ชุดนักเรียน ไม่มัวมาเรียกร้องเสรีภาพเห่ย ๆ แบบที่นักเรียนอวดฉลาดบางโรงเรียนชอบออกมาเรียกร้องอะไรเห่ย ๆ เยี่ยงนั้น

ดังนั้น ทุกครั้งที่ผมเห็นเด็กเตรียมอุดมศึกษาทีไร ผมจะชื่นชมพวกเขามาก ๆ และผมก็สังเกตมาตลอดว่า เด็กฉลาด เด็กเรียนเก่ง เขาจะไม่มาสนใจเรื่องขอผิดระเบียบเพื่อเสรีภาพบ้าบอคอแตกอะไรทำนองนี้ เพราะมันไร้ประโยชน์สิ้นดี สำหรับอัจฉริยะ คงปล่อยให้พวกโง่แต่อวดฉลาดเรียกร้องไป



ซึ่งวันนี้ หนูพรรษยา ตัวแทนจากเตรียมอุดมศึกษา ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์อันงดงามของชุดนักเรียนเตรียมอุดมศึกษาไว้อย่างน่าชื่นชมต่อไป

ดูคลิปการแสดงของ พรรษยา เขียวเปลื้อง โชว์ร้องเพลงแม่นาคพระโขนงเดอะมิวสิคัล ตั้งแต่นาทีแรกเลยครับ



เมื่อตอนผมดูเธอแสดงครั้งแรกทางช่อง 3 ผมก็รู้สึกเหมือนการ้องของเธออาจตมีข้อติเล็กน้อย เช่น บางท่อนไม่ถึงคีย์

แต่พอผมมาดูคลิปย้อนหลังอีกหลายรอบ ผมว่า เธอร้องได้ดีสมบูรณ์แบบแล้ว อาจจะมีนิดนึงตรงช่วงที่เธอล้มตัวลงหน้าเวที ซึ่งจะบอกว่า เสียงไม่ถึงก็ไม่เชิง

แต่ผมว่า การแสดงแบบมิวสิคัลของเธอ มันเพอร์เฟคมาก เมื่ออินเนอร์ถึง ส่วนเสียงร้องใครจะว่าไม่ถึง แต่ผมว่า เธอร้องถึงว่ะ เพราะเมื่อผมไปหาดูคลิปในยูทูป ผมพบว่า เธอเคยโชว์การร้องแม่นาคเดอะมิวสิคเคิลมาตั้งแต่เธออายุ 14 ปี เรียกว่า เธอช่ำชองในเพลงนี้มาหลายปีแล้ว



ส่วนที่หนูพรรษยา เหมาะสมกับได้ปุ่มทองหรือไม่ ?

ผมว่า อันนี้แล้วแต่รสนิยมความชอบของแต่ละคนครับ

แต่ถ้าถามผม ผมว่า เธอก็เหมาะสมที่จะได้ปุ่มทอง เพราะการแสดงของเธอมีการวางแผนและเตรียมการมาอย่างดีมาก คือ เธอรู้ใจกรรมการอย่างพี่ดี้ว่า พี่ดี้จะชื่นชอบชุดนักเรียนมัธยมหญิงมาก ๆ มากเป็นพิเศษ เหมือนที่พี่ดี้เคยบอกไว้ เมื่อครั้งที่ นุ้งกวาง อาริศา มาประกวดเมื่อปีที่แล้ว

แล้วการที่หนูพรรษยา วางแผนการแสดงด้วยการมาด้วยชุดนักเรียนที่แสนจะเรียบร้อยเหมือนกำลังจะไปสอบ

แล้วแสดงการร้องเพลงแบบมิวสิคัล ประหนึ่งเป็นนักแสดงละครเวทีระดับมืออาชีพแล้ว ที่มีทั้งอินเนอร์ ทั้งสีหน้าและอารมณ์ที่เข้าถึงบทเพลง จนขนาดนักแสดงอย่างเบนซ์ พรชิตา ถึงกับบอก ขนลุก !!

สุดท้ายเธอยังทำเซอร์ไพรส์ด้วยการโชว์มายากลเปลี่ยนชุดนักเรียนที่แสนจะเรียบร้อยนั้นให้กลายเป็นชุดไทยโบราณอีก



การแสดงมายากลเปลี่ยนชุดในพริบตา ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะครับ ต้องนักแสดงมายากลที่ไม่ธรรมดาเท่านั้นถึงจะทำได้ (จริง ๆ ก็คือ เทคนิคการตัดเย็บชุดสองชุดซ่อนชุดให้อยู่ในชุดเดียวกัน)

ฉะนั้นจากการจัดองค์ประกอบการแสดงที่มาเต็มมาครบเช่นนี้ ช่างน่ายกย่องชื่นชมมาก ๆ

จากองค์ประกอบที่ครบถ้วน แสดงถึงการวางแผนด้วยมันสมองอัจฉริยะสมกับเป็นเด็กเตรียมอุดมศึกษาที่ต้องเรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดาเสมอจริง ๆ

ดังนั้น ใครที่ว่า เธอไม่สมควรได้ปุ่มทองจากพี่ดี้ ผมว่า คุณคิดผิดคิดใหม่ได้นะครับ



อ้อ อาจเพราะพี่ดี้ นิติพงษ์ เรียนจบจากคณะสถาปัตย์ฯ จุฬา ซึ่งคณะนี้ตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งอาจมีผลต่อจิตใจของพี่ดี้ที่อาจชื่นชมนักเรียนหญิงเตรียมอุดมเป็นกรณีพิเศษก็ได้ คือ ผมคาดเดาเองนะ 555

-------------------------

สุดท้ายแถม คลิป หนูพรรษยา เขียวเปลื้อง ประกวดเพลงลูกทุ่งครับ




คลิกอ่าน นัท นิชาภา เจ้าหญิงแห่งไทยเลนด์ก็อตทาเลนจ์ซีซัน 5