วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

บทความดีๆมติชน แฉสันดานชั่วทักษิณโดยไทยทน

บรรดาคอลัมภ์นิสต์ในมติชนแล้ว ไทยทนคือนักเขียนที่เสื้อแดงและคนรักทักษิณเกลียดที่สุด เพราะไทยทนแฉทักษิณได้ดีจนพวกคนรักทักษิณที่เข้ามาในมติชน ไม่เคยหาข้อมูลหลักฐานแย้งไทยทนได้เลย

เห็นมีแต่เข้ามาด่าไทยทนเท่านั้น ด่าแบบเสียหาย โดยไม่มีอะไรมาหักล้าง ผมเองชอบอ่านเหตุผลของทุกฝ่าย แต่ต้องยอมรับว่า ฝ่ายรักทักษิณที่ผมไปอ่านจากหลายๆสื่อ มั่วและหลักฐานที่ทำให้ผมยอมรับนั้น หายากจริงๆ มีนะข้อมูลดีๆของฝ่ายรักทักษิณ แต่เรื่องหลักๆสำคัญๆที่จะแก้ต่างให้ทักษิณนั้นอ่อนจริงๆ

------------------------


ใครต้องการระบอบประชาธิปไตยมี "ทักษิณ" เป็นผู้นำ ยกมือขึ้น

โดย ไทยทน

"ทักษิณ" แสดงการเคลื่อนไหวระดับ “ไพ่ใบสุดท้าย” ออกมาแล้ว ทำให้เห็นธาตุแท้ว่า เป็นเพียง "แม่ทัพขี้ขลาด หลอกชาวบ้านผู้ภักดี ให้เสียสละเพื่อตัว ทำร้ายประเทศชาติแผ่นดินแม่เพื่อตัว สร้างความวุ่นวาย ทำลายความสุขและเกียรติภูมิของคนไทยทั้งประเทศ เพื่อตัวจะได้กลับมายึดอำนาจ" ดูเหมือนระบอบการปกครองที่ทักษิณต้องการ คือ “ระบอบประชาธิปไตยมี “ทักษิณ” เป็นผู้นำ แต่น่าจะถามคนไทยสักนิดว่าใครต้องการบ้างให้ยกมือขึ้นเสียก่อน

ซึ่งคนไทยก็น่าจะได้ทบทวนถึงตัวตนของทักษิณเสียก่อน ดังนี้

1. ความเป็นคนโกงชาติ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวตั้งแต่ก่อนเข้าอำนาจ : ทักษิณอ้างได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็น "วีรบุรุษ" ผู้ชำระเงินคืนไอเอ็มเอฟ ทั้งๆที่ตนเป็นรองนายกฯในรัฐบาลบิ๊กจิ๋วพาชาติเข้าวิกฤต ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2540 เพียง 1 วันหลังจากที่ รัฐบาลลงนามใน LOI ฉบับที่ 1 ซึ่งจะแก้ตัวอย่างไรก็ยาก

เพราะตามข่าวแล้ว ทักษิณเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลบิ๊กจิ๋ว มาโดยตลอด โดยเฉพาะ วันที่ 21 มิถุนายน 2540 ได้ให้นายทนง พิทยะ (อดีตกรรมการกลุ่มชินฯ) เป็นรมว. คลัง และวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ลอยตัวค่าเงินบาท

นายเสนาะ เลขาธิการพรรค ทรท. คนแรกเปิดโปงว่า ทักษิณรวยเพราะค่าเงิน เหมือนเผาบ้านเมืองเอาประกัน โดยเปิดโปงว่า "วันนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กับประธานรัฐสภาที่เพิ่งหมดวาระไปไปหาหัวหน้าจิ๋ว คุยกุ๊กกิ๊กอะไรตนไม่รู้ แล้วในที่สุดให้ นายทนง พิทยะ มาเป็น รมว.คลัง เข้ามาไม่กี่วันก็ลอยตัวค่าเงินบาท จาก 26 บาท ขึ้นเป็น 50 บาท พี่น้องคนไทยเจ๊งเป็นเอ็นพีแอลทั้งประเทศ พอเสร็จภารกิจก็ลาออกเลย มาจัดตั้งรัฐบาลใหม่" ซึ่งก็เชื่อถือได้

เพราะนายเสนาะเป็นคนขายหุ้นสนามกอล์ฟอัลไพน์ให้ทักษิณ 500 ล้านบาท และเท่าที่พูดเป็นหลักฐานชัดเจนมากมาย ทักษิณก็ไม่เคยกล้าฟ้องหมิ่นประมาทนายเสนาะ จึงสะท้อนให้เห็นว่า เป็นคนที่หาทุกวิถีทางให้ตนเองร่ำรวย คนไทยทั้งประเทศจะเสียหายอย่างไรตนก็ไม่เคยสนใจ

พฤติกรรมการปล้นชาติ และปล้นธนาคารไม่หยุด เห็นได้จากการ "ลดหนี้" ชินวัตรไหมไทย การซื้อสนามกอล์ฟอัลไพน์ ในชื่อนอมินี เช่นกลุ่ม น.ส.ดวงตา วงศ์ภักดี น.ส.บุญชู เหรียญประดับ นายชัยรัตน์ เชียงพฤกษ์ ฯลฯ

โดย นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา ช่วยอธิบายแก้ต่างว่า
"ที่ต้องซื้อในชื่อคนรถ คนใช้ ก็เพราะสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็น NPL จะทำให้เสียชื่อเสียง"

การที่ท่านซื้อมาแล้ว ไม่ปลอมเป็นว่าไม่มีเงิน และ ไม่"ชักดาบ" เจ้าหนี้เพื่อเอาส่วนลดจากธนาคาร ท่านก็ไม่เสียชื่อเสียงหรอก แต่การซื้อกิจการ NPL "ปลอม" เป็นไม่มีเงิน เอาส่วนลด คือปล้นธนาคารที่กำลังทรุดอยู่แล้วต่อไป เรียกว่า ประเทศและธนาคารกำลังจะเป็นศพอยู่แล้ว ยังดูดเลือดให้เป็นของตัวอยู่เลย

2. ความเป็นคนใช้อำนาจ โกงต่อไม่หยุด : เพียงเป็นรัฐบาลไม่เกิน 4 เดือนก็เริ่มลดส่วนแบ่งรายได้สัมปทานของภาครัฐ สำหรับระบบมือถือพรีเพด จาก 25-30% เป็น 20%

ปีถัดไป ออกพรก. ภาษีสรรพาสามิต แต่เปลี่ยนโครงสร้างสัมปทานของผู้ร่วมการงาน โดยแบ่งส่วนแบ่งรายได้ของ ทศท. ให้กลายเป็นส่วนที่เอกชนจ่ายภาครัฐในรูปภาษีสรรพสามิต แล้วเจตนารมณ์ของสัญญาแบบ Build-Transfer-Operate ซึ่งเมื่อครบ 30 ปี จะต้องโอนกิจการกลับมาเป็นของภาครัฐก็ถูกเปลี่ยนไป คือจะยึดไว้เป็นของตัวใช่หรือไม่ ? ทำให้ชาติเสียประโยชน์นับแสนล้านบาท

รัฐธรรมนูญจึงได้ห้ามรัฐมนตรีมีหุ้น โดยเฉพาะหุ้นสัมทานผูกขาด จะอ้างว่าโอนให้ลูกและคนใกล้ชิดแล้วก็ฟังไม่ขึ้น เพราะมีหลักฐานว่า 1 วันก่อนการโอนหุ้น นายพานทองแท้ ต้องทำสัญญาใช้เงินให้แม่ จำนวน 4.5 พันล้านบาทในวันที่ 31 สิงหาคม 2543 ซึ่งไทยทนติดตามคำอธิบายมานาน ก็ไม่เคยมีว่าเป็นค่าอะไร แต่เป็นหลักฐานที่ใช้เพื่อการโอนประโยชน์กลับมาให้ตนและภรรยา


รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐมนตรีเปิดเผยทรัพย์สิน แต่ขณะที่ถูกอายัดเงินค่าขายหุ้นในประเทศ ทักษิณกลับยังมีเงินไปซื้อสโมสรฟุตบอลแมนฯซิตี้ และมีท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มคนเสื้อแดงมากมาย ต่อวีดีโอลิงค์ จ้างบริษัทพีอาร์ข้ามชาติ ด้านหนึ่งยุยงคนเสื้อแดงให้ป่วนบ้านเมือง แทบจะเผาบ้านเผาเมือง สร้างฉากเลวร้าย ทำลายไทย แล้วอีกด้านหนึ่งออกไปสื่อนานาชาติ ตำหนิการจัดการปัญหาเพื่อปราบปรามการก่อความไม่สงบ มันคงต้องใช้เงินที่มาก และจิตใจที่ต่ำ ไร้ความกตัญญูรู้คุณแผ่นดินจริงๆ จึงจะทำได้ขนาดนี้

เงินต่างชาติเหล่านั้น ก็เป็นหลักฐานเพิ่มถึงการทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ ? เป็นการสะสมจากการโกงอีกเท่าไร ? ตามข่าวก็อีกเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท โกงชาติไปทั้งนั้นใช่หรือไม่ ? จึงไม่กล้าเปิดเผยให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

3. ความเป็นคนไม่เคารพกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม : ศาลตัดสิน ผลเข้าทางตนเอง เช่นศาลรัฐธรรมนูญตัดสินกรณีซุกหุ้นภาค 1 เรื่อง คนรถ คนใช้ ด้วยความเมตตา โดยศาลยอมรับฟัง "ความบกพร่องโดยสุจริต" แต่กลับทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังซุกหุ้นในนามคนใช้ถูกจับได้ กลับมาซุกในนามลูกและคนใกล้ชิด แอมเพิลริช วินมาร์ค ฯลฯ

แต่เมื่อผลตัดสินตรงๆ เอาผิดท่าน เช่น กรณีที่ดินรัชดา หรือภรรยาโอนหุ้นให้นายบรรณพจน์โดยนิติกรรมอำพราง ท่านกลับบอกว่าเป็น “กระบวนการยุติความเป็นธรรม” และถือว่ารับไม่ได้

4. ความเป็นนักเผด็จการในคราบนักประชาธิปไตย : ปากกล่าวอ้างว่ารักประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ แต่เผด็จการแบบ รสช. ตนได้ประโยชน์เพิ่มสัมปทานมือถือ สัมปทานดาวเทียม ก็ยินดียิ่ง รัฐประหารแบบประชาชนต่อต้านเช่นสมัยพฤษภาทมิฬ โดย พลเอก สุจินดา ก็ดูสนิทกันดี ... แต่รัฐประหารที่ไม่ได้มาเพื่ออำนาจส่วนตัวแบบ คมช. ซึ่งลงจากอำนาจในปีเดียว ทำให้ชาติไม่วิกฤตไปพร้อมโลก กลับรับไม่ได้

การต่อสู้ทุก "กติกา" จะรับได้เมื่อสามารถทำให้เป็น "กติกู" ได้ เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญชนะ ก็รับได้ สภาฯ เลือกตนเอง เลือกโนมินีของตน เช่น สมัคร สมชาย ก็รับได้ แต่เมื่อสภาฯเลือก นายอภิสิทธิ์ ตามรัฐธรรมนูญ (ปี 40 หรือ 50 ส่วนนี้ก็คล้ายกัน) ก็กลายเป็นรับไม่ได้

5. ความเป็นคนโหดร้าย เลือดเย็นกับคนไทย และชาติไทย : เมื่อมีปัญหาในภาคใต้ มีการ "อุ้ม" ทนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายมุสลิม ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน หายตัวไปในวันที่ 12 มีนาคม 2547 ก็นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงเหตุการณ์น่าสลดใจ กรือเซะ และ ตากใบ 3-4 จังหวัดภาคใต้ ก็สงบสุขมาหลายปี กลับลุกเป็นไฟ กลายเป็นปัญหาบานปลายให้กับสังคมโดยรวมในยุคทักษิณ

ในการเคลื่อนไหวที่แตกต่างของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เผา ไม่ทำลาย แต่รัฐบาลทักษิณและโนมินี มักจะใส่ร้ายว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และหาเรื่องจัดการด้วยความรุนแรง เช่นระเบิดแก๊ซน้ำตาขาขาด เด็กสาวอย่างน้องโบว์ต้องเสียชีวิต ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไรร้ายแรง และพยายามอย่างยิ่งที่จะโยงระหว่าง ปชป. กับพันธมิตร ทั้งๆที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ก็ไม่เคยขึ้นเวทีของพันธมิตร และ ผู้นำม็อบอุดมการณ์อย่างสนธิและจำลอง ก็ไม่ได้ตำแหน่งอะไร

แต่ท่านนำม็อบเอง ยุยงเอง จนม็อบของท่านขัดขวางจราจร ล้มการประชุมระหว่างประเทศ สร้างความลำบากให้ประชาชนและประเทศ เผาทรัพย์สิน สร้างภาพลบให้การท่องเที่ยวไทย และคนเสื้อแดง ก็เริ่มฆ่าคนไทยกันเองที่เป็นคนบริสุทธิ์แท้ๆ

สภาพที่ท่านไร้ความรักแท้ต่อแผ่นดินไทย กดทุกคนใต้อำนาจของท่าน พร้อมที่จะสละชาติเพื่อตนเองได้ทุกเมื่อ ทักษิณเป็นผู้นำชาติที่ขี้ขลาด ยุยงให้คนแตกแยก ทำร้ายกันเอง และออกข่าวให้ต่างชาติดูถูกคนไทย ถึงเวลา บ้านเมืองจะวอดวายก็ไม่ใส่ใจ คนไทยจะมีความสุขช่วงสงกรานต์ก็ไม่ได้ ชาติไทยจะต้องฟื้นตัวจากสภาพเศรษฐกิจโลกก็ไม่สนใจ พร้อมจะเผาบ้านเผาเมือง

สัญญาณที่ท่านบอกว่า ออกมากันเยอะๆ “ถ้าวันใดเสียงปืนแตก ผมจะกลับมานำประชาชนเอง” แล้วคนถูกท่านหลอกมีจำนวนน้อยไป บ้านเมืองวอดวายน้อยไป และวุ่นวายน้อยไป หรืออย่างไร ท่านจึงไม่กลับมาเสียที

แล้วเป้าหมายในใจท่าน จะอยากเห็นคนตายเท่าใด บ้านเมืองวุ่นวายเท่าใด วอดวายเท่าใด จึงจะเป็นสถานการณ์ให้ท่านกลับมานำประชาชนได้ เป็นผู้นำที่คนไม่เห็นด้วยต้องกลัวเดือดร้อน และคนที่จะรับใช้ ควรต้องคิดหลายรอบว่าจะเป็นทาสให้หลอกใช้ หรือหลอกให้ตายแทนตลอดชีวิตหรือไม่ ? เหมือนหลายๆคนที่ท่านถือว่าดีเมื่อรับใช้ท่าน แต่กดดันมหาศาลเมื่อเขากลับใจตีจากท่าน ไม่ว่าจะเป็น จำลอง สนธิ พิภพ ปุระชัย เนวิน ฯลฯ

ดูพฤติกรรมเผด็จการของท่านแล้ว ช่างยากที่จะยอมรับให้ท่าน "ยึดอำนาจ" จริงๆ เพราะดูแล้ว จะไม่ต่างกับเผด็จการพม่า หรือเขมรเลย แล้วไทยเราจะต้องทรุดไปขนาดนั้น เพราะคนนี้คนเดียวหรือ

ในความยากของสถานการณ์สงครามกลางเมือง มันสะสมโดยคนทำเลว ยุยงคนไทยให้แตกแยกมายาวนาน และกว้างขวาง จะทำให้สงบสุขดีเหมือนเดิมก็คงยาก และต้องใช้เวลา ภาครัฐจะรุนแรง ก็จะถูกนำไปใช้ตอกลิ่มให้แตกแยกมากขึ้น จึงเป็นสงครามที่ยากกว่าปกติ เพราะคนไทยดีๆ ก็ไม่อยากทำร้ายคนไทยกันเอง

คนไทยอาจต้องช่วยกัน ให้กำลังใจกันและกันเป็นพิเศษ และให้กำลังใจผู้นำในการทำศึก ช่วยกันชี้เบาะแส และหากพอช่วยตัวเองได้อย่างปลอดภัย เช่นการเลื่อนอุปกรณ์ขวางถนน โดยไม่ต้องทำร้ายกัน ก็ช่วยกันไป แต่ก็ต้องระวังตัวกันและกันด้วย

แต่ไทยทนเชื่อว่า ในทุกสงคราม ทุกคนต้องช่วยกัน หากเราหวังสงบ โดยให้คนอื่นรบแทน และไม่ช่วยกัน เราก็จะอ่อนแอ และพ่ายแพ้ได้ครับ

และหากจำต้องจำนนกับอำนาจมาเฟีย ได้มาด้วยการสร้างความเดือดร้อนให้ชาติ ใครอยากได้ก็ยกมือขึ้นครับ สื่อมวลชนท่านใดยังอยากขายวิญญาณรับใช้มาเฟียนี้มาเป็นผู้นำก็ยกมือขึ้นได้ครับ

ไทยทนขอไม่ยกมือยอมรับคนหนึ่งครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพิ่งเปิดรับการแสดงความคิดเห็นครับ ทุกความเห็นคือกำลังใจ
แล้วอย่าลืมแวะไปที่บล้อคมุมมอง-ใหม่เมืองเอกนะครับ ขอบคุณ/ใหม่ เมืองเอก