แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัฐบาล ฉ้อฉล สารพิษ ตกค้าง ในข้าว ซาวข้าว ระดับโมเลกุล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัฐบาล ฉ้อฉล สารพิษ ตกค้าง ในข้าว ซาวข้าว ระดับโมเลกุล แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ความฉ้อฉลของรัฐบาลยิ่งลักษณ์กับสารพิษตกค้างในข้าว







เฮ่อ.. แค่อ้างประชาธิปไตยบังหน้า ก็สามารถหลอกพวกสมองปูปัญญาตะกวดได้ทั้งแผ่นดินแล้ว

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตอนแรกพยายามบอกว่า ข้าวไทยไร้สารพิษตกค้าง แต่พอมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและมูลนิธิชีววิถี นำผลตรวจสารพิษตกค้างในข้าวมาเปิดเผย

ก็ทำให้รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขและ อย. ก็ออกมายอมรับแบบไม่ค่อยเต็มใจว่า มีสารตกค้างในข้าวจริง ๆ แต่ก็พยายามบอกว่า ยังไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภค

ต่อมา พอคนชักไม่เชื่อมั่นคำพูดของกระทรวงสาธารณสุข และ อย. รัฐบาลก็ออกมาขู่โดยผ่านหน่วยงานรัฐบาลและสื่อรับใช้รัฐบาล กดดันให้เปิดเผยชื่อห้องปฏิบัติการณ์ตรวจสอบเอกชน ที่มูลนิธิเพื่อผุ้บริโภคใช้ตรวจสอบ

ทั้งๆ ที่ตามหลักสื่อสารมวลชน สามารถปิดเป็นความลับได้ เพื่อปกป้องแหล่งข่าวจากอำนาจมืด (หากจะต้องบอกจริง ๆ ก็สามารถบอกได้ แต่ต้องบอกกันเป็นการภายในต่อหน้าศาลเพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพห้องปฏิบัติการณเอกชน)

ส่วนฝ่ายรัฐบาลเองก็อ้างว่า ได้ตรวจสอบข้าวยี่ห้อที่ว่ามีสารตกค้างเกินมากถึง 94 ppm อีกครั้ง กลับพบว่า ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค แต่รัฐบาลกลับไม่ยอมเปิดเผยว่า สารที่ว่านั้นคือสารอะไร ?

ทางมูลนิธชีววิถีจึงเรียกร้องให้รัฐบาลและ อย. เปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบทั้งหมด ทั้งค่าตัวเลข และยี่ห้อที่นำไปตรวจ เพราะฝ่ายรัฐมักอ้างลอย ๆ ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงสู่สาธารณชน เพื่อความโปร่งใส

ต่อมา รมว.สาธารณสุข และไอ้นพเหล่ ขี้ข้าทักษิณ ก็ออกมาแนะนำว่า ให้ประชาชนซาวข้าวหลายหน สารตกค้างก็จะหมดไป !!

ซึ่งตอนนี้ นักวิชาการได้ออกมาตอบโต้แล้วว่า การซาวข้าวไม่สามารถล้างสารเคมีตกค้างได้หมด เพราะการรมสารหลายครั้งของโกดังข้าวรับจำนำของรัฐบาล สารเคมีมันได้ซึมลึกเข้าไปถึงระดับโมเลกุลแล้ว

เฮ่อ.. รัฐบาลยิ่งลักษณ์ภายใต้การควบคุมของนักโทษชายทักษิณ นี่มันชั่วจริง ๆ

--------------------------------


จวกรัฐแนะ ปชช.ซาวข้าวล้างสารตกค้างไม่ได้ผลจริง เหตุซึมลึกถึงโมเลกุล


นักวิชาการอัดรัฐ แนะซาวข้าวล้างโบรไมด์ไอออนทำไม่ได้จริง ชี้ซึมลึกระดับโมเลกุลข้าว ขนาดการตรวจสอบต้องเอาข้าวไปเผาจึงจะได้โบรไมด์ไอออน ล้างธรรมดาเอาไม่อยู่ เผยพบโบรไมด์ไอออนตกค้างในข้าวโค-โค่ เกินมาตรฐาน สะท้อนมีการรมข้าวหลายครั้ง แจง อย.จ่อคุมสารเมทิลโบรไมด์ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมของสารต่อ 1 กิโลกรัมอาหาร ไม่มีทางเท่ากับค่าโบรไมด์ไอออน 50 ppm เพราะเป็นหน่วยเดียวกัน

น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานมูลนิธิชีววิถี เครือข่ายต่อต้านสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) กล่าวถึงการตรวจสอบคุณภาพข้าวสารบรรจุถุง ว่า การตรวจสอบสารเมทิลโบรไมด์ตกค้างในข้าวสารบรรจุถุงนั้น จะทดสอบโดยการวัดปริมาณของโบรไมด์ไอออน (Bromide Ion) ซึ่งแตกตัวมาจากสารเมทิลโบรไมด์ (Methyl Bromide) อีกที ทั้งนี้ โบรไมด์ไอออนไม่ได้ตกค้างอยู่ที่ผิวเมล็ดข้าวด้านนอกทั่วไป แต่จะซึมลึกอยู่ในระดับโมเลกุลของข้าว ดังนั้น การที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคตรวจเจอโบรไมด์ไอออนเกินกว่าค่ามาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (CODEX) ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ppm) นั้น หมายความว่าจะต้องมีการรมข้าวซ้ำหลายครั้งมาก ถึงจะมีการตกค้างจำนวนมากขนาดนี้


น.ส.ปรกชล กล่าวอีกว่า มูลนิธิฯตรวจพบโบรไมด์ไอออนในโมเลกุลข้าว 67.4 ppm ส่วนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจเจอถึง 94.2 ppm แบบนี้ถือว่าอันตราย เพราะเกินกว่าค่ามาตรฐาน 50 ppm ซึ่งเป็นปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Limit : MRL) ที่องค์การอนามัยโลกยอมรับว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย 

ที่สำคัญโบรไมด์ไอออนที่ตรวจเจอจำนวนมากเช่นนี้ไม่มีทางที่จะเป็นโบรไมด์ไอออนตามธรรมชาติ เนื่องจากมีข้าวถุง 12 ตัวอย่างที่ตรวจพบว่าไม่มีการตกค้างของโบรไมด์ไอออนเลย จึงหมายความได้ว่าต้องเป็นโบรไมด์ไอออนที่มาจากการแตกตัวของสารเมทิลโบรไมด์เท่านั้น แม้โบรไมด์ไอออนจะยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนว่าจะก่ออันตรายอะไรต่อร่างกาย แต่โบรไมด์ไอออนที่แตกตัวมาจากสารเมทิลโบรไมด์ จะมีตัวเมทิลแทรกอยู่ตามช่องว่างของโบรไมด์ไอออนด้วย ซึ่งตัวเมทิลนี้ที่เป็นสารอันตรายต่อร่างกาย ด้วยเหตุนี้การพบโบรไมด์ไอออนเกินค่ามาตรฐานจึงถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

"การแนะนำให้ประชาชนป้องกันตัวเองด้วยการล้างข้าวหรือซาวข้าวนั้น ไม่สามารถขจัดโบรไมด์ไอออนได้แน่ เพราะมันซึมลึกอยู่ในระดับโมเลกุล ซึ่งการตรวจสอบยังต้องเอาเม็ลดข้าวไปเผาเพื่อสกัดโบรไมด์ไอออนออกมา ดังนั้น การซาวข้าวจึงไม่สามารถช่วยล้างโบรไมด์ไอออนออกไปจากข้าวได้" น.ส.ปรกชล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้าง (ฉบับที่ 2) โดยกำหนดค่า MRL ของสารเมทิลโบรไมด์ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมของสารต่อ 1 กิโลกรัมอาหาร หรือเท่ากับโบรไมด์ไอออนไม่เกิน 50 ppm ตามค่ามาตรฐานนั้น

น.ส.ปรกชล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะหน่วยมิลลิกรัมของสารต่อ 1 กิโลกรัมอาหารก็คือหน่วย ppm เช่นกัน เพราะ ppm ย่อมาจาก part per million หรือ 1 ส่วนต่อ 1 ล้านส่วน ซึ่ง 1 กิโลกรัมก็คือเท่ากับ 1 ล้านมิลลิกรัมนั่นเอง จึงเป็นในลักษณะของ 1 ส่วนต่อ 1 ล้านส่วน ดังนั้น การกำหนดค่า MRL อยู่ที่ 0.01 ppm จึงไม่มีทางเท่ากับ 50 ppm ตามที่ อย.อธิบายแน่นอน

น.ส.ปรกชล กล่าวด้วยว่า การกำหนดค่า MRL อยู่ที่ 0.01 ppm ซึ่งถือว่าน้อยกว่าค่ามาตรฐานโลกมาก ถือเป็นเรื่องดี แต่ในความเป็นจริงคงเป็นไปได้ยากในการควบคุมสารตกค้างไม่เกิน 0.01 ppm ซึ่งเท่ากับเป็นการกำหนดค่า MRL ที่น้อยที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะขนาดจีนยังกำหนดอยู่ที่ 5 ppm เท่านั้น และไม่แน่ใจว่าไทยมีเทคโนโลยีรองรับการตรวจถึงระดับ 0.01 ppm แล้วหรือยัง ทั้งนี้ ประเทศไทยใช้ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 ppm ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาภายในประเทศว่าการตกค้างของสารในระดับใดจึงจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

อย่างไรก็ตาม บางประเทศมีการตั้งค่ามาตรฐานที่สูงกว่านี้ ซึ่งการส่งออกต้องทำให้ได้ตามที่ประเทศคู่ค้ากำหนด ตรงนี้คนในประเทศก็ย่อมอยากบริโภคข้าวที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าการส่งออกเช่นกัน

ที่มา http://astv.mobi/Azu0gmq


คลิกอ่าน ผลสารตกค้างในข้าวจากการตรวจสอบของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค