วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ไฮไลท์คู่มวยหยุดโลก ปาเกียวชนะเดอลาโฮยา


ข้อมูลก่อนชกจากไทยรัฐ

การแข่งขันชกมวยไฟต์สำคัญ ซึ่งแฟนหมัดมวยทั่วโลกเฝ้ารอ ระหว่าง ออสการ์ เดอ ลา โฮยา วัย 35 ปี กับแมนนี แพคเกียว หรือปาเกียว วัย 29 ปี ชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นที่เอ็มจีเอ็มแกรนด์ ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ในคืนวันที่ 6 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลาในประเทศไทย เช้าวันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. เวลาประมาณ 08.00

การชกของคู่นี้จะต่อยในรุ่นเวลเตอร์เวทพิกัด 147 ปอนด์ ออสการ์ เดอ ลา โฮยา เจ้าของฉายา “โกลเด้น บอย” อดีตเป็นนักชกเหรียญทองโอลิมปิกของทีมชาติสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1992 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

ก่อนจะเทิร์นโปรเป็นนักมวยอาชีพและคว้าแชมป์ โลกมา 7 รุ่น ตั้งแต่รุ่นซุปเปอร์ฟลายเวท ไปจนถึงมิดเดิลเวท และยังผันตัวเป็นโปรโมเตอร์และทำธุรกิจมวยเต็มตัว มีสถิติการชกชนะ 39 แพ้ 5 ในจำนวนนี้เป็นการชนะน็อกถึง 30 ครั้ง แต่ใน 6 ไฟต์หลังสุดสถิติไม่ดีนัก ชนะ 3 และแพ้ 3 ไฟต์ล่าสุดชกในรุ่นซุปเปอร์เวลเตอร์เวท 153 ปอนด์ แพ้คะแนน ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ปีที่แล้ว ครั้งนี้เท่ากับว่าต้องลดน้ำหนักลงมาชก

ขณะที่ แมนนี แพคเกียว นักมวยที่ได้รับการยกย่องว่าเก่งที่สุดถ้าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ในปัจจุบัน จากเด็กยากจนในครอบครัวคนปลูกผักของฟิลิปปินส์ ต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 12 ปี และหากินอยู่ข้างถนน ก่อนจะชกมวยอาชีพตั้งแต่ปี 1995 และมาผงาดคว้าแชมป์โลกในรุ่นฟลายเวทของสภามวยโลก โดยมาได้เข็มขัดในเมืองไทยด้วยการชนะน็อก “ไอ้หนึ่ง” ฉัตรชัย สาสกุล ยกแรก ตั้งแต่อายุ 20 ปี และได้แชมป์โลกมาอีก 3 รุ่น ในรุ่นซุปเปอร์แบนตัมเวท, ซุปเปอร์เฟเธอร์เวท และล่าสุดเป็นแชมป์โลกรุ่นไลต์เวทของสภามวยโลก พิกัด 134.5 ปอนด์ ด้วยการชนะ เดวิด ดิอาซ เมื่อ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา รวมมีสถิติการชก ชนะ 47 เสมอ 3 และแพ้ 2 ครั้ง เป็นการชนะน็อก 35 ครั้ง ไฟต์นี้แพคเกียวต้องข้ามรุ่นขึ้นมาชกถึง 2 รุ่น และเป็นการชกในน้ำหนักตัวมากที่สุดเท่าที่ผ่านมา

ด้านบรรดาเกจิอาจารย์มวยทั้งหลายต่างยกให้ ออสการ์ เดอ ลา โฮยา ที่มีรูปร่างที่สูงกว่าถึง 4 นิ้ว และได้เปรียบช่วงชก 6 นิ้ว มีโอกาสมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ โดย “เดอะริง” สื่อด้านหมัดมวย วิเคราะห์ว่า แพคเกียวมีดีที่เป็นมวยดุดันใจเต็มร้อย และมีความรวดเร็ว ถึงเดอ ลา โฮยา จะอายุมากกว่า และต่อยในพิกัดนี้ไม่ดีนัก ต้องลดน้ำหนักลงมา แต่หากชกด้วยความฉลาดอย่างที่เป็นอยู่ คุมเกมอยู่ด้านนอก น่าจะเอาชนะได้ยังคาดการว่า “โกลเด้น บอย” จะชนะน็อกในยกที่ 10

ส่วนเฟรดดี้ โรช เทรนเนอร์ของ แมนนี แพคเกียว กล่าวว่า เชื่อว่าออสการ์ไม่ฟิตเท่าไหร่ ดูจะอ่อนล้าหลังจากที่แพ้เมย์เวทเธอร์มา อย่างไรก็ตาม คงไม่บอกว่าแพคเกียว จะต้องน็อกออสการ์ให้ได้ แม้ว่าจริงๆแล้วอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ ว่ากันไปทีละยกดีกว่า เราซ้อมกันมาเต็มที่ และเตรียมตัวที่จะต้องระมัดระวังกับหมัดแย็บของออสการ์ รวมทั้งฮุกซ้ายที่อันตราย

สำหรับการชกครั้งนี้ เป็นที่คาดว่าแมนนี แพคเกียว จะได้รับค่าตัวกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 525 ล้านบาท ส่วน ออสการ์ เดอ ลา โฮยา เป็นโปรโมเตอร์ผู้จัด ฟันเงินมหาศาลแน่นอน โดยบัตรชุดวีไอพีพร้อมห้องพัก 2 คืน ราคา 3,399 เหรียญ (ราว 120,000 บาท), บัตรริงไซด์ 1,500 เหรียญ (ประมาณ 52,500 บาท) ขายหมดเกลี้ยง รวมถึงค่าดูผ่านช่องเคเบิลทีวีที่เก็บในสหรัฐอเมริกาครัวเรือนละ 54.95 เหรียญ (ราว 1,925 บาท) รวมทั้งค่าลิขสิทธิ์ทั่วโลกจะทำเงินให้กับออสการ์ เดอ ลา โฮยา กว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯทีเดียว

ดูคลิปไฮไลท์การชกของคู่มวยหยุดโลก




แมนนี่ปาเกียว ชนะ ออสกาเดอลาโฮยา

แมนนี่ ปาเกียว นักชกชาวฟิลิปปินส์ ไล่ถลุงนักชกที่ตัวใหญ่และมีชื่อเสียงกว่ามากอย่าง ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า เจ้าของฉายา "โกลเด้น บอย" ตั้งแต่เสียงระฆังยกแรกกังวาลขึ้นที่เวทีใน MGM แกรนด์ ในลาส เวกัส เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เดอ ลา โฮยา ไม่ยอมออกจากมุมมาชกในยกที่ 9 หลังถูกไล่ถลุงจนเบ้าตาซ้ายเกือบปิดในยกที่ 8 ทำให้ปาเกียวชนะเท็คนิเคิล น็อคเอ๊าท์ ไปโดยอัตโนมัติ

การชกครั้งนี้ ซึ่งเดอ ลา โฮย่า ต้องลดน้ำหนักลงมา และปาเกียวต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นไปนั้น ทำให้ถูกมองว่า ไม่ใช่คู่ชกที่เหมาะสม และเดอ ลา โฮย่า ก็ถูกมองว่าอยู่ในสภาพที่อาจต้องยุติเส้นทางดาราแห่งสังเวียนกำปั้นที่ร่ำรวยที่สุด และขายได้มากที่สุด และแม้จะเป็นความพ่ายแพ้ในรอบ 16 ปี ของการชกมวยอาชีพของเดอ บา โฮย่า

แต่ดูเหมือนเส้นทางของเขาจะปิดฉากลงแล้ว ท่ามกลางความรู้สึกช็อคของแฟน ๆ จากการที่เขาต้องลดน้ำหนักตัวลงเหลือ 129 ปอนด์ ด้วยวัย 35 ปี ทำให้เขาไม่คล่องตัวและแข็งแกร่งเหมือนในอดีต และไม่สามารถตอบโต้หมัดที่แม่นยำและความเร็วของปาเกียวได้

เดอ ลา โฮย่า ถูกหมัดของปาเกียว จนตาซ้ายเกือบปิดสนิท และไม่ได้ออกจากมุม เมื่อแพทย์และกรรมการ รวมถึงพี่เลี้ยงหารือกันถึงอาการของเขา และเขาก็ไม่ได้ทักท้วงเมื่อทุกฝ่ายลงความเห็นว่า ไม่ควรชกต่อ จากนั้นเขาได้ลุกจากมุม เข้าไปแสดงความยินดีกับปาเกียว ซึ่งกล่าวยกย่องเดอ ลา โฮย่าว่า เป็นไอดอลของเขา และยังจะเป็นอยู่ต่อไป

การชกครั้งนี้ กรรมการ 2 ใน 3 คน ให้ปาเกียวชนะเดอ ลา โฮยา ทั้ง 8 ยก ส่วนคนที่สาม ให้เดอ ลา โฮย่า ชนะในยกแรก

ปาเกียว ซึ่งเป็นเจ้าของเข็มชัดแชมป์โลกรุ่นไลท์เวทจ์ ของสภามวยโลก ต้องเพิ่มน้ำหนักถึง 2 รุ่นเพื่อขึ้นไปชกกับเดอ ลา โฮย่า แชมป์โลก 10 สมัย ในการชก 6 รุ่น ที่ชนะน็อคมาแล้วถึง 30 ครั้ง จากการเปรียบมวย เดอ ลาโฮย่า มีความสูงกว่า 4 นิ้ว แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับปาเกียว ที่บอกว่าเขาไม่ประหลาดใจต่อผลการชก เนื่องจากเตรียมตัวมาดี และคุมเกมได้ตั้งแต่เริ่มชก เขามีความสุขและขอมอบชัยชนะให้ประเทศบ้านเกิด ส่วนเดอ ลา โฮย่า กล่าวว่า เขารู้สึกไม่มีแรง และพยายามจะเดินหน้า แต่ปาเกียวเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้

ภายหลังความพ่ายแพ้ เดอลาโฮยา กล่าวสั้นๆแค่เพียงว่า
"I felt empty, without power," said De la Hoya. "I tried to go forward but Pacquiao's leg speed and movement didn't allow me to connect with anything."

"ผมรู้สึกหมดแรง ผมพยายามรุกไล่แต่ความเร็วของขาและการเคลื่อนไหวของปาเกียวไม่อนุญาตให้ผมบรรลุเป้าหมายได้เลย"

"I just don't have it any more. My heart still wants to fight, but when you physically can't respond, what can you do?

"ใจผมยังต้องการสู้ แต่เมื่อเรี่ยวแรงไม่ตอบสนอง แล้วคุณจะทำไงได้"
.


.

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ23 เมษายน 2552 18:26

    ก็ว่ากันไป

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ2 สิงหาคม 2552 20:08

    อะไรก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

    ไม่สามารถอยู่เป็นอมตะได้หรอก

    ตอบลบ

เพิ่งเปิดรับการแสดงความคิดเห็นครับ ทุกความเห็นคือกำลังใจ
แล้วอย่าลืมแวะไปที่บล้อคมุมมอง-ใหม่เมืองเอกนะครับ ขอบคุณ/ใหม่ เมืองเอก