วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ฝรั่งแฉสันดานคนไทย ตอน 2





ในทางวัฒนธรรม อะไรเล่าคือวัฒนธรรมไทย ? 
เมื่อข้าพเจ้าถามเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย เขาจะพาเราไปดูการฟ้อนรำที่ซ้ำๆ กัน ดูผ้าไหม ดูวัด และพาไปทานอาหารไทย เขาจะพาเราไปเที่ยวดูช้าง และชาวเขา ดูเรือในแม่น้ำและการพิธีต่างๆ มวยไทยและตลาดน้ำ เราได้ดูพระพุทธรูป ปราสาทราชวัง ซึ่งล้วนแต่เป็นอดีต

แต่พวกเขาไม่เคยพาเราไปดูวัฒนธรรมในการศึกษาหาความรู้ของคนไทย วัฒนธรรมในการผลิตสินค้า และการให้บริการของคนไทย การคิดค้นสิ่งใหม่ ประดิษฐกรรมและศิลปกรรม ข้าพเจ้าไม่เคยได้พบวัฒนธรรมที่ดีงามมากในธุรกิจของไทย และยิ่งพบเห็นได้ยากในระบบราชการของไทย ซึ่งเน้นความเป็นเจ้าขุนมูลนายและสายสัมพันธ์มากกว่าการมีวัฒนธรรมที่สร้างจิตสำนึกต่อสังคม

คนไทยไม่สามารถชี้ให้เห็นวัฒนธรรมของพวกเขา ในส่วนที่เป็นพลังขับเคลื่อนที่แท้จริงของชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม และไม่สามารถอธิบายให้น่าฟังได้ในระดับนามธรรม ความไร้ระเบียบทางกายภาพ และทางศีลธรรม-จริยธรรม และความไร้ระเบียบทางกฎหมายและวัฒนธรรม ที่สรุปไว้ข้างต้นนี้ นับว่าเป็นข้อดีสำหรับเรา ซึ่งเป็นคนต่างชาติที่มีอำนาจ

เพราะแสดงให้เห็นว่า คนไทยนั้นอ่อนแอในทุกด้าน ผู้ใหญ่ก็อ่อนแอ เด็กก็อ่อนแอ คนมีความรู้ก็อ่อนแอ และคนไม่มีความรู้ก็อ่อนแอ คนมีอำนาจหรือไม่มีอำนาจก็อ่อนแอทั้งสิ้น นับเป็นเวลากว่า 50 ปีมาแล้วที่คนไทยไม่มีผู้นำที่สามารถและเสียสละอย่างแท้จริง (ยกเว้นองค์พระมหากษัตริย์) อันสะท้อนกลับมาที่ลักษณะประจำชาติของคนไทยเอง

นายท่าน! สังคมไทยเป็นสังคมที่ผุกร่อนมากแล้ว รอวันแตกสลายลง เหมือนหินกับปูนซึ่งถูกน้ำกรดกัดกร่อนทุกวัน ในวันหนึ่งข้างหน้าก็จะไม่มีอะไรให้เห็นเป็นแก่นสารเลย นายควรที่จะพอใจว่ารัฐบาลข้ามชาติ รวมทั้งมาเฟียต่างๆ ของเรา ชาวต่างชาติ เพียงแต่ใช้กุศโลบายอันแยบยลอย่างเงียบๆ หลอกล่อให้คนไทยหลงอยู่ในความฝันว่าตนมีสติปัญญาเพียงพอแล้ว โดยการเลียนแบบฝรั่งก็ใช้ได้

ความไร้ระเบียบจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ในทุกด้าน สังคมไทยในที่สุดจะตั้งอยู่ได้ด้วยประชาชนที่อ่อนแออย่างหลวมๆ เพียงอย่างเดียว ไม่มีจุดเชื่อมโยงอย่างมีความหมายกับอำนาจรัฐและอิทธิพลทางจิตใจของผู้นำทางการเมือง สังคม สถาบันหรือศาสนาใดๆ

เมื่อนั้น...เราจะบังคับเอาประเทศไทยเป็นทาสอย่างง่ายดาย เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น

สิ่งที่เป็นเวทมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ที่เราชาวต่างชาติจะใช้สะกดผู้นำของชาติไทยก็คือ จงหลอกล่อให้พวกเขาหลงใหลเข้าใจว่า พวกเราชาวต่างชาติจะอยู่ในระเบียบวินัยทางการค้าและการลงทุนอันเสรี ในกฎเกณฑ์ที่เรานั่นเองเป็นผู้คิดค้นขึ้น

เราจะต้องสะกดให้เขาเชื่อว่าเราชาวต่างชาติจะอยู่ในระเบียบวินัยของกฎบัตรสหประชาชาติ และหลักการด้านสันติภาพ ประชาธิปไตย และมนุษยธรรมต่างๆ รวมทั้งมาตรฐานอันสูงส่งในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

อย่าให้พวกเขาได้มีโอกาสเรียนรู้ศาสตร์ชั้นสูงของการลูบหน้าปะจมูก หรือมือถือสากปากถือศีลของชนชาติเราเป็นอันขาด ชาติเล็กๆ ที่น่าสงสารชาตินี้ย่อมอยู่ในอุ้งมือของเราเป็นแน่แท้ แม้คนอยากจะลุกขึ้นสู้ แต่พวกเขาก็มีแต่ความรักชาติเท่านั้น ไม่มีระเบียบวินัยและพลังภายในของสังคม อันเป็นจิตวิญญาณของชาติที่แท้จริงซึ่งจะผลักดันให้ต่อสู้ได้สำเร็จเลย

"สิ่งที่พึงระวัง" เราชาวต่างชาติจะต้องระวังย่างก้าวของเราบางประการ เพื่อมิให้การครอบงำอย่างเงียบๆ นี้สะดุดหยุดลง ข้าพเจ้าขอเสนอแนวคิดต่อนายดังนี้


1. อย่าให้เมืองไทยมีผู้นำที่เข้มแข็งและเสียสละ สังคมไทยส่วนใหญ่ยังหวังพึ่งหัวหน้าฝูง และสิ่งที่มีอำนาจ เขายังไม่หวังพึ่งพาตนเองมากนัก หากสังคมไทยได้ผู้นำที่เสียสละ พวกเขาจะกลายเป็นชาติที่รุ่งเรืองได้ในเวลาอันรวดเร็ว ดังเช่นที่ปรากฏมาทุกยุคในประวัติศาสตร์ชาติไทย

สิ่งที่เราควรทำคือ ส่งสัญญาณสนับสนุนผู้ที่จะได้รับเลือกมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากแม่พิมพ์ ( mold) แบบเก่าของไทย เช่น นาย ช. นาย ก. นาย บ. ฯลฯ หรือผู้ที่แสวงประโยชน์สูงสุดจากการเมือง คนพวกนี้จะช่วยให้เราชาวต่างชาติใช้เวทมนต์ของเราได้ง่ายขึ้นเหมือนที่ผ่านๆ มา


2. อย่าให้ผู้นำของไทยคิดออกนอกแนวโลกาภิวัตน์ เพราะโลกาภิวัตน์คือเวทมนต์ของเรา จงทำให้พวกเขาหลงใหลมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าโลกาภิวัตน์ที่ถูกต้อง คือ การเอาใจท้องถิ่น (localization of globalization) เพื่อว่าเขาจะได้แคลงใจสงสัยน้อยลง

จงทำให้พวกเขาเชื่อว่าปัญหาต่างๆ ของพวกเขานั้น จะพึ่งพากลไกของรัฐไม่ได้ แต่ต้องพึ่งพานักคิดแก้ปัญหาอิสระในนามผู้เชี่ยวชาญและ NGOบางแห่งที่เราสนับสนุนอยู่ จงจูงมือพวกเขา จงจูงใจพวกเขา และให้อามิสแก่พวกเขา

ทำให้เขารู้สึกว่า "ภาคประชาชน" เท่านั้นที่สำคัญ!!
พวกเขาจะดูหมิ่นเหยียดหยามอำนาจรัฐ พวกเขาจะเกลียดชัง พวกเขาจะเคียดแค้น ซึ่งจะเป็นผลดีแก่ความก้าวหน้าของเรา ขณะเดียวกัน เราเองจะต้องสนับสนุนให้อำนาจรัฐพัฒนาประเทศไปในแนวทางที่ประชาชนเกลียดชังมากขึ้นทีละน้อย โดยแสร้งทำเป็นว่าอย่าช่วยเหลืออย่างจริงใจ

3. จงเร่งให้คนไทยรู้สึกว่าพวกเขาพ้นจากปัญหาเศรษฐกิจแล้ว เมื่อพวกเขาหลงเชื่อว่าทุกอย่างดีขึ้น นิสัยประจำชาติของพวกเขาจะพลุ่งพล่าน พวกเขาจะลืมตัว จนสร้างความไร้ระเบียบมากขึ้นเป็นทวีคูณ เริ่มจากการเมืองระดับชาติ ข้าราชการ นักธุรกิจ ฯลฯ ลงมาจนถึงการเมืองท้องถิ่น พระ ตำรวจ ชาวบ้าน

พวกเขาจะรีบเร่งออกกฎหมายต่าง ๆ จนยุ่งเหยิงไปหมด ไม่ทราบว่าในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะใช้กฎหมายใด ในกรณีใดเมื่อใด พวกเขาจะย่อหย่อนต่อวินัยทางเศรษฐกิจ การคลัง และการเงิน พวกเขาจะเมินเฉยต่อศีลธรรม-จริยธรรม จะฟุ้งเฟ้อ ทำตัวเป็นคางคกขึ้นวอ เพื่อให้เราชาวต่างชาตินิยมชมชอบ

ดังนั้น พลวัตทางเศรษฐกิจเพราะความเชื่อผิดๆ ว่าทุกอย่างดีขึ้น จะนำไปสู่จิตวิญญาณของชาติที่เป็นอัมพาตหนักกว่าเดิมในเวลาอันไม่ช้า ซึ่งจะเป็นโอกาสทองของพวกเราชาวต่างชาติอย่างแท้จริง


4.จงช่วยสนับสนุนการศึกษาของคนไทย (ให้แคบขึ้นเรื่อยๆ) จนคนทั้งชาติเชื่อว่า การใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น คือการไม่ได้รับการศึกษา พวกเขาจะชำนาญและหลงใหลได้ปลื้มกับเทคนิคต่างๆ ซึ่งนำเอาความสะดวกสบายและเงินเดือนสูงๆ มาให้ จนลืมไปว่าการสร้างชาตินั้นสำคัญกว่าการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือการส่ง e-mail

เราทำให้พวกเขาเชื่อไปได้เปลาะหนึ่งแล้วว่า ต่อไปคำว่า "ชาติ" จะไม่มี เพราะ internet ได้ทำลายพรมแดนธรรมชาติลงเสียแล้ว

ต่อไปก็ต้องทำให้พวกเขาลืม "ความรักชาติ" และแรงปรารถนาที่จะ "สร้างชาติ" เพื่อว่าจะได้หมดความปรารถนาแบบโบราณ ที่จะยืนอยู่ในโลกอย่างทระนง เช่นเสรีชนอื่นๆ

อย่าให้พวกเขาสนใจศิลปศาสตร์มากนัก เพราะวิชาเหล่านี้ทำให้พวกเขา "คิดอย่างมีจินตนาการ" อย่าให้พวกเขา "คิดได้" มากๆ หรือ

"อยากคิด" มากๆ เพราะมันจะเป็นฐานพลังให้สังคมไทย "คิดสู้" จงเน้นให้พวกเขาหลงใหลในวิชาการเทคนิค และอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ


5. หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ระบบราชการไทย เพราะระบบราชการไทยนั้นล้าหลังมาก และเป็นทั้งอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ พร้อม ๆ กับเป็นเชื้อโรคที่กัดกินสังคมไทยโดยส่วนรวมมากขึ้นทุกที ระบบราชการไทยเต็มไปด้วยความกดดันทำลายทรัพยากรบุคคล เต็มไปด้วยความไร้ประสิทธิภาพ และความไร้สำนึกต่อสังคม ทำให้ระบบราชการไทยเป็นมหามิตรของเราชาวต่างชาติ

อย่าชี้จุดอ่อนของเขา อย่าวิพากษ์วิจารณ์ ปล่อยให้มันเป็นตัวบ่อนทำลายคนไทยทั้งทางกายและทางจิตใจ ทุกลมหายใจของชีวิตจนกว่าจะหมดลม

เมื่อไม่วิพากษ์วิจารณ์ มหามิตรของเราก็จะทำงานอย่างขะมักเขม้นโดยหลงเชื่อว่า ตนนั้นดีเลิศประเสริฐที่สุดในชาติ มีความชอบธรรมที่จะเขมือบงบประมาณแผ่นดินมากขึ้นเรื่อยๆ จนชาติไทยทั้งชาติเป็นอัมพาต เพราะมะเร็งร้ายนี้

อย่าลืมว่าเฟืองตัวใหญ่ที่ขึ้นสนิมเขรอะ ย่อมทำให้จักรกลทั้งหมดสามารถหยุดหมุนได้ เราชาวต่างชาติไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย นั่งยิ้มให้มหามิตรของเรา และยื่นหัตถ์แห่งมัจจุมิตรแก่พวกเขา จนกว่าเวลาจะมาถึง


6.จงนำรายงานฉบับนี้ให้คนไทยอ่านเพื่อทดสอบปฏิกิริยาของพวกเขา ข้าพเจ้ามั่นใจว่าพวกผู้นำจะตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มละไมว่า "เพิ่งได้รับเอกสาร ขอเวลาให้เราแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาก่อน"

ส่วนคนไทยทั่วไปจะตอบว่า "ไม่เป็นไร" แล้วหัวเราะเห็นฟันขาว นายท่านจงตระเตรียมเครื่องปรุงรสให้พร้อม เพื่อลิ้มรสเนื้ออันโอชะจากแผ่นดินไทย

รายงานของข้าพเจ้าฉบับนี้มีเพียงเท่านี้ หากรัฐบาล บริษัทข้ามชาติ และมาเฟียของเราวางแผนเข้ามาผูกมิตรกับคนไทยโดยมีเป้าหมายเช่นว่านั้นแล้ว ข้าพเจ้ารับรองว่าคนไทยจะภาคภูมิใจในการผูกมิตรกับเราเป็นอย่างยิ่ง

เพราะพวกเขาโดยเนื้อแท้ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงมากนัก และไม่ชอบคิดแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง พวกเขาชอบการยกยอปอปั้น หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และใช้ชีวิตตามสบาย.



ย้อนอ่าน แฉสันดานคนไทย ตอนแรก


47 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ26 พฤษภาคม 2554 19:22

    จี๊ดมากครับ ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันกัน อ่านไปแล้วก็กลุ้ม อยากเถียงแต่ก็ไม่รู้จะเถียงว่าอะไรดี

    ตอบลบ
  2. ผมเองอ่านแล้ว ก็ยอมรับว่า เขาแฉเราได้อย่างถูกต้องที่สุด

    หากเราไม่อยากเกิดในที่ๆไร้ระเบียบวินัยอีก

    ก็ขอให้ทุกท่านที่มาอ่าน ร่วมกันรักษาระเบียบวินัยของบ้านเมืองนะครับ

    แล้วเราจะได้เกิดในที่ๆคนรักษาวินัย และเห็นแก่ตัวกันน้อยกว่านี้

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ9 มิถุนายน 2554 02:49

    ในหลายๆส่วนคือความจริง แต่นิสัยคนไทย(ส่วนใหญ่)ไม่ยอมรับความจริง เพราะชอบสนุกสนาน และชอบความสบายจนไร้ระเบียบ สบายได้ สนุกได้แต่ต้องไม่เดือดร้อนคนอื่น ทำดีไม่ง่ายแต่อย่างน้อยก็อย่าทำให้คนอื่นเืดือดร้อน สำหรับประเทศนี้กฎหมายก็คงเป็นแค่เพียงตัวหนังสือหรือแค่ทฤษฎี คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีจิตสำนึกต่อส่วนรวมก็มีต่อไป คนที่ทำอะไรตามใจตัวเองจนสร้างปัญหาให้คนอื่น สังคมก็คงต้องก้มหน้าก้มตายอมรับไป คนมีจิตสำนึกกลับถูกมองว่าซีเรียส จริงจัง

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ11 กรกฎาคม 2554 17:43

    คนไทย ลองมองรอบตัวเราซิว่ามีคนไทยแท้ 100% มีกี่คน ในที่นี้หมายถึงต้นตระกูลก็ยังเป็นคนไทยสืบเชื้อสายกันมา คนไทยถูกผสมกลมกลืนไปแล้วมากกว่าครึ่ง ส่วนมากเป็นคนไทยเชื้อสายจึน มอญ ลาว ลูกครึ่งต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงน่าจะส่งผลให้ความชัดเจนในความเป็นไทยที่มีสั่งสมมาถูกกลืน
    สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่ดี เช่น รอยยิ้ม ภาษาพูด การต้อนรับผู้มาเยือน ความมีน้ำจิตน้ำใจ การร่วมมือกัน การยอมรับในวีระบุรุษ สูญสิ้นไป จึงทำให้คนต่างชาติบางส่วนดูถูกประเทศไทย ดูถูกคนไทย รวมถึงการพัฒนาประเทศไปในทางที่ยึดวัตถุนิยม ทุนนิยม ความล้มเหลวของระบบการศึกษา จึงทำให้ความสวยงามของประเทศไทย คนไทยค่อย ๆ หมดไป

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ1 สิงหาคม 2554 11:26

    เรีองจริง คนไทยไร้ซื่งความเป็นระเบียบวินัย และเห็นแก่ตัว ดูง่ายๆในการขับรถ แต่ก็ไม่ใช่ พวกฝรั่งจะดีเสียหมด เช่นขณะนี้ พวกตะวันตกมีปัญหาเรี่องเศรฐกิจ เป็นหนี้กันมั่วไปหมด โดยฉะเพราะ ประเทศยักษํใหญ่อย่าง อเมริกา ก็ใกล้จะล้มละลายแล้ว พวกฝรั่งก็ไม่ดีไปทุกเรี่อง ยกเวันความมีวินัย อันนี้ยอมรับ

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ25 สิงหาคม 2554 15:19

    เถียงไม่ออก ทำไงดีครับ ผมเห็นด้วย ตอนที่เค้าบอกว่า คนไทยขับรถนั่นหล่ะ ชัดเลย

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ17 กันยายน 2554 20:09

    อยากจะโกรธที่เขาดูถูกคนไทย แต่ก็โกรธไม่ลง เพราะว่าที่เขาพูดมาเป็นความจริงทั้งนั้น แต่ขอให้คุณรู้ไว้ว่ายังมีคนไทยที่มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ และเงินไม่สามารถซื้อพวกเขาได้ยังมีอีกมากมายนัก คนไทยไม่ได้โง่กันหมดทุกคนหรอก ก็เหมือนกับที่ คนต่างชาติก็ไม่ได้ฉลาดกันหมดทุกคนนั่นแหละ..

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ3 ตุลาคม 2554 03:40

    ถ้าเป็นเมื่อก่อน อ่านแล้วคงโกรธมาก ด่ากลับแบบไม่อ่านให้จบก่อนด้วย หุหุ แต่ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ แล้วใช้ชีวิตความเคยชินอย่างคนไทย ไปเรื่อยๆไม่รีบ ไปสายสิบนาที ยี่สิบนาทีไม่เป็นไร ใครส่งอีเมลอะไรมาก็เอาไว้ก่อน ว่างๆค่อยตอบ ใครว่าเวลาทำงานมีข้อผิดพลาด ก็นึกตำหนิเขาว่าแหม แค่นี้ ปล่อยๆไปไม่ได้รึไง ทำให้ที่ทำงานมองว่าเป็นคนปล่อยปะละเลย ทำงานเชื่องช้า มาสายไม่เป็นเวลา และไม่มีระเบียบวินัย ถูกเรียกไปตักเตือน เลยลองเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ แล้วอะไรๆในชีวิตก็เปลี่ยนไปในทางที่ดี แล้วมองเห็นว่า เรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่เราคิดว่า แค่นี้เอง ไม่เป็นไร รวมๆกันแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่นะ

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ19 พฤศจิกายน 2554 20:43

    hummm I agree..!

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ28 พฤศจิกายน 2554 00:25

    อ่านแล้ว ไม่โกรธเลยค่ะ แต่ ขนลุก และหดหู่เป็นอย่างยิ่ง ดังหลายๆความเห็นก่อนหน้า เถียงไม่ออก !! ในขณะเดียวกันเราก็ได้แต่คิด ว่าควรทำอย่างไรดี ในเมื่อเราเป็นแค่คนส่วนน้อย ไม่มีอำนาจที่จะไปแก้ไขต่อรองอะไรได้เลย แม้แต่กับรัฐบาลตัวเอง
    เราควรทำอย่างไรดีค่ะ ?

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 12:59

    จริง จนน่ากลัว .. .

    ตอบลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 13:52

    จะอะไรไม่สำคัญ ถ้าคิดจะให้ไม่รักชาติ จะยึดประเทศข้ามศพผมไปก่อนแล่้วกัน

    คิดว่าคำพูด"ไม่เป็นไร"จะใช้กันได้ทุกเมื่อหรอครับ ไม่เป็นไรของผมคือ สิ่งที่ผิดพลาดแต่น่าให้อภัย พูดเพื่อรักษาน้ำใจกัน เพื่อให้เขารู้ว่าไม่คึวรทำอีกโดยที่เราไม่มีการโกรธเคืองกัน คำนี้เป็นคำติดปากของผมจริงแต่ผมก็เลือกที่จะพูด.

    เมืองไทยใช้ว่าจะดีไปหมด แต่ก็ใช่ว่าจะเลวไปซะหมดวัฒนธรรมของเรามีให้เห็นทุกวัน ต่างชาติยอมรับเลยว่า ระเบียบแน่นคนจึงมีวินัยสูง แต่การช่วยเหลือกันมีน้ำใจคุณอาจยังสู้เราไม่ได้ ความแตกต่างที่ยังไม่ลงตัว คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง.

    ปล.แต่ผมไม่โกรธพวกเขาเลย เพราะทุกส่วนเกือบทั้งหมดมันคือความจริง
    ความจริงที่ต้องยอมรับ
    คนดีมีอยู่มากมายแต่พวกเขาเลือกที่จะไม่แสดงออก หากวันนึงผมเป็นผู้นำข้อความเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนแปลงแล้วคุณก็จะรู้ว่าคนไทยไม่สิ้นคนดีครับ คุณฝรั่ง.

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 14:24

    เถียงไม่ออกเลย

    ตอบลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 14:34

    มึน งง พูดไม่ออก คือคนไทย

    ตอบลบ
  15. บทความดังกล่าวเป็นความจริงที่คนไทยเกือบทุกคนยอมรับ แต่ในส่วนที่กล่าวมานั้นเป็นประเด็นที่คนภายนอกมองคนไทย เพราะคุณ (ผู้เขียนบทความ) ไม่ได้ใช้จิตใจ (ที่อาจจะดีบ้าง)มอง แต่ใช้สายตาที่เหยียดหยามดูแคลน ใช้มาตรฐานของค่านิยมในปัจจุบันของสังคมคุณตัดสินผู้อื่น ที่สังคมไทยเป็นแบบนี้อาจจะมาจากพวกคุณที่แสวงหาผลประโยชน์ ผลกำไร จนไม่มีความเห็นอกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและเข้ามาทำให้เรามองเช่นเดียวกับคุณ (ก็ได้)

    ปล.คนไทยอ่านแล้วก็คิดด้วย อย่าปล่อยให้.....ว่าเราฝ่ายเดียว

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 17:33

    มันก็พูดไม่ออกจริงๆอ่ะนะ

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 18:19

    คนไทยที่เข้ามาอ่านบทความนี้ 100% จะทำตัวปกติเหมือนเดิม ภาครัฐก็จะเหมือนเดิม ทุกอย่างจะเหมือนเดิม และประเทศของเราจะเสื่อมลงเรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนที่ยอมทุ่มเทกับประเทศชาติมากมากอบกู้พวกเราขึ้นมา ประเทศไทยก็ไม่ต่างอะไรกับเมืองขึ้นแล้วตอนนี้ ทุกอย่างพึ่งต่างชาติหมด แนวคิดก็อยู่ในวงแคบๆ พวกวัตถุนิยมก็หลงในเงินทอง สิ่งของเครื่องใช้ น้ำใจก็หดหายกันไปเรื่อยๆ มักง่ายกันทั้งประเทศ ในสังคมไทยถ้าไม่เกิดเรื่องก็ไม่คิดจะป้องกัน หรือแก้ไข พวกคนที่อยู่ไกลปืนเที่ยง ก็ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย น่าสงสารจริงๆประเทศไทย

    ตอบลบ
  18. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 18:54

    อยากเถียงว่าเมื่อเราอ่านจดหมายนี้คำว่า"ไม่เป็นไร"ไม่ได้อยู่ในหัวเลย

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 20:05

    โมโห....ยอมรับว่าเป็นความจริงเเค่"บางส่วน"คนเขียนได้มองเเต่มองคนไทยอย่างเหยียดหยามมองประเทศไทยด้วยเเต่เห็นผลประโยชน์ ก่อนที่ต่างชาติจะมาติคนไทย...โปรดดู"เศรษฐกิจยุโรป"ตอนนี้ก่อน....ว่ามันวุ่นวายยิ่งกว่าการจราจรของไทยเสียอีก คนเขียนได้เเต่ติ...และติ ถึงจะเป็นความจริงก็อย่าเพิ่งได้ใจ เพราะอย่าลืม..."คนไทยยังมีใจรักชาติกับพระมหากษัตริย์เป็นที่สุด"ถึงประเทศนี้จะโดนต่างชาติฝรั่งขี้นกหัวทองโ ง่ๆตัวไหนมายึดครองคนไทยก็ยังจะปกป้องชาติและพระมหากษัตริย์เป็นที่สุด.... ต่างชาติก็ควรระวังไว้หน่อยละกัน...คนไทยไม่ได้โง่ถึงสัน-ดานเสียทุกคน ระวังจะโดนตลบหลังเองนะ....:D

    ตอบลบ
  20. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 20:23

    อยากให้ไทยได้ปรับปรุงจริงๆ TT~
    อยากได้ผู้นำที่เสียสละเพื่อชาติไทยจริงๆ

    ตอบลบ
  21. ไม่ระบุชื่อ5 มกราคม 2555 23:19

    แค่สิ่งที่ควรจะพัฒนาให้ดีที่สุดก็ล้มแล้วครับ อย่างการศึกษา ยิ่งตอนนี้ประเทศเราขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เรียนหนักที่สุดในโลกก็ว่าได้นั้น เด็กไทยได้เหรียญโอลิมผิคมากมาย แต่พอไปเขาจริงประเทศก็ไม่ได้พัฒนาไปกว่าประเทศที่เรียนครึ่งวันเลย และก็ไม่เข้าใจว่าตัดผมไปทำไม ตัดตั้งแต่ชั้นเล็กๆไม่เห็นฉลาดขึ้นและไมเห็นความก้าวหน้าของระเบียบวินัยเลย ยิ่งถึงม.5-6 แล้วเนี่ย ถ้าท่านอาจารย์ตรวจผมก็คงโดนทั้งรร.เลยล่ะ และครูสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่จะเป็นพวกสอบได้อันดับ 1 แล้วคัดมาเป็นครูแล้ว จนไม่ค่อยดีก็มาเป็นแม่พิมพ์ชาติได้ แค่พัฒนากำลังของชาติซึ่งเป็นสิ่งที่สอนง่ายที่สุดก็ทำไม่ได้แล้ว อย่างนี้ต้องเรียกว่าล้มตั้งแต่ฐานก็ว่าได้

    ตอบลบ
  22. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2555 02:38

    เอาหน่ะ คิดไปคิดมาเด่วก้รู้คำตอบเอง ไอเรื่องโกงๆ เนี่ย เราเก่งกันยุแล้ว

    ตอบลบ
  23. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2555 03:04

    ขอบคุณมากครับ สำหรับบทความ

    ตอบลบ
  24. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2555 10:34

    ผมคิดว่าคนเขียนคงชอบเมืองไทยมาก

    แต่ผมขอไม่เขียนต่อเพราะจะเป็นการทำลายจุดประสงค์ของผู้เขียน

    ตอบลบ
  25. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2555 14:30

    จริง เห็นด้วยนะ ตรงที่ ทำตามใจคือไทยแท้ กับ ไม่รู้จักช่วยเหลือตัวเองก่อน

    ตอบลบ
  26. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2555 15:19

    ถูกต้องทุกอย่าง... ไม่มีอะไรจะเถียง... มีแต่ความรู้สึกที่ว่า จะไม่ยอมไม่รักชาติและจะไม่ยอมให้นายทำอย่างนั้นกับเราแน่นอน

    ตอบลบ
  27. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2555 16:25

    มันก็จริงประเทศเราควรได้รับการปรับปรุงเเละพัฒนาอย่างจริงจังและจริงใจโดยผู้นำไม่คิดจะคอรัปชั่นหรือเห็นเเก่ตัวเองหรือมีใครอยู่เบื้องหลัง...แต่คงอีกนาน...!?

    ตอบลบ
  28. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2555 16:29

    จริงแท้แน่นอน เมื่อไหร่สังคมไทยจะเกิดการพัฒนาสักทีคิดไปก็ห่วงพ่อหลวงของเรามากขึ้นเท่านั้น

    ตอบลบ
  29. ไม่ระบุชื่อ6 มกราคม 2555 20:19

    หนูอายุเพิ่งจะ14 หนูอ่าน หนูยอมรับ สิ่งที่เขาพูด จริง..แต่จริงไม่หมด
    คนที่จะพูดอย่างนี้ได้ ทำอย่างนี้ได้มีแต่พวกหน้าเลือด ไร้จิตใจมากๆ ดังที่เขาเขียนจดหมายเรียนให้กับ 'นาย' ของเขาเหมือนหมารักเจ้าของนั้น ยอมรับเลยว่าเขาฉลาด ฉลาดจริงๆแต่ใช้ความฉลาดนั้นไปในทางที่เหี้ยมาก ความคิดเลวๆโผล่ออกมาทุกตัวหนังสือ ตัวอักษร คนไทยเราเป็นอย่างเขาว่าจริงๆไม่ได้เถียงแต่หากจะถามว่าหากกลับกันแล้วเขาเป็นเรา เราเป็นเขา หนูเชื่อว่าคนไทยเราจะไม่พูดอย่างที่เขาพูด ไม่เขียนอย่างที่เขาเขียน เพราะคนไทยมี 'มนุษยธรรม' มีความเป็น 'มนุษย์' และที่สำคัญคือเรามี 'หัวใจ' เป็นสิ่งที่หนูสาบานได้ว่าเทิดทูนสามสิ่งนี้ที่สุดในตัวของพวกเราคนไทย

    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  30. ยอมรับหมดเลยไร้ระเบียบมากอ่ะ ยอมรับอ่านแล้วไม่โกรธด้วย ตรงนี้เราต้องยอมรับค่ะ ว่าคนไทยเป็นแบบอย่างที่เค้าพูดจริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทุกอย่างคนไทยไร้ระเบียบ ดูสิทางเท้าก็ขายของ การขับรถก็แย่มาก ทางม้าลายก็ไม่ข้ามเพราะมันไกลบ้าน โดนรถชนมาก็ฟ้องร้องเค้า แล้วนี่แหละค่ะคือเหตุผลหลักของคนไทยจำนวนมากที่ดิ้นรนไปอยู่เมืองนอกแล้วไปเป็นพลเมืองชาติอื่น เพื่อหนีปัญหาที่คนไทยไม่รู้จักแก้ คิดว่าประเทศตัวเองดีที่สุด ไม่พึ่งตนเอง พึ่งแต่หวย สิ่งที่ดีที่สุดคือ นำบทความนี้ขยายต่อให้มากที่สุดค่ะ จนให้ดังออกทีวี แล้วดูสิคนไทยจะว่ายังไง ถ้ายังเป็นเหมือนเดิม ก็คงเป็นประเทศโลกที่สามต่อไปเหมือนเดิมค่ะ

    ตอบลบ
  31. ไม่ระบุชื่อ7 มกราคม 2555 00:37

    ไม่มีใครเปลี่ยนประเทศนี้ได้นอกจากพระเจ้า... แล้วอย่าคิดว่าบ้าฝรั่งล่ะ

    9 ต่อจากนั้นมา ข้าพเจ้าก็มองดู และดูเถิด คนมากมาย ถ้ามีผู้ใดจะนับประมาณมิได้เลย มาจากทุกชาติ ทุกตระกูล ประชากร และทุกภาษา คนเหล่านั้นสวมเสื้อสีขาว ถือใบตาลยืนอยู่หน้าพระที่นั่ง และต่อพระพักตร์พระเมษโปดก 10 คนเหล่านั้นร้องเสียงดังว่า "ความรอดมีอยู่ที่พระเจ้าของเราผู้ประทับบนพระที่นั่ง และมีอยู่ที่พระเมษโปดก" 11 และทูตสวรรค์ทั้งปวงที่ยืนรอบพระที่นั่ง รอบผู้อาวุโส และรอบสิ่งที่มีชีวิตอยู่ทั้งสี่นั้น ก้มลงกราบหน้าพระที่นั่ง และนมัสการพระเจ้า 12 กล่าวว่า "เอเมน ความสรรเสริญ สง่าราศี ปัญญา การขอบพระคุณ พระเกียรติ อำนาจ และฤทธิ์เดช จงมีแด่พระเจ้าของเราตลอดไปเป็นนิตย์ เอเมน" (วิวรณ์ 7:9-12)

    biblos.com

    ตอบลบ
  32. ไม่ระบุชื่อ7 มกราคม 2555 13:00

    ก็มันเป็นความจริง บ้านเมืองเราก็เป็นแบบนี้จริงๆ
    ทำไงได้ มันโดนปลูกฝังมาแบบนี้ตั้งแต่เล็กๆ แล้ว
    ถ้าจะแก้ปัญหา ก็คงต้องปรับปรุงกันทั้งประเทศ

    ตอบลบ
  33. ไม่ระบุชื่อ7 มกราคม 2555 14:28

    อ่านแล้วสำนวนเหมือนคนไทยเองเขียนมากกว่า

    ตอบลบ
  34. ไม่ระบุชื่อ9 มกราคม 2555 21:14

    ไม่ว่าใครจะเขียนแต่มันก็คือความจริงที่เป็นอยู่ในสังคมของเรานั้นละครับหรือว่าไม่ใช่

    ตอบลบ
  35. ไม่ระบุชื่อ22 กุมภาพันธ์ 2555 23:13

    อ่านแล้วรู้สึกภูมิใจ ไหมครับที่มีชาวต่างชาติมองดูเราคนไทย อย่างหยามเหยียด ดูถูกดูแคลนและเราก็ยอมรับว่านั่นคือความจริง ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเปลี่ยนนิสัยความเป็นคนไทยยุคเก่า
    มาเป็นคนไทยยุคใหม่ ที่ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ติดสินบน ไม่คอรัปชั่น ไม่โลภ ยอมเสียสละส่วนตนเพื่อส่วนรวมเพื่อชาติ รักษ์ชาติ รักษ์ความเป็นไทย รักษาแผ่นดินไทย รักคนไทย ยอมทิ้งค่านิยมสินค้านอก ไล่ไปเลยชาวต่างชาติ มันมาแย่งงานคนไทยหมดแล้ว ทุกอาชีพ ทุกกิจการล้วนแล้วแต่มีต่างชาติถือครองทั้งสิ้น คนไทย อยู่เมืองไทยแท้ๆ แต่เป็นได้แค่ชนชั้นล่าง น่าเศร้าใจจริงๆนะ อยากให้เราคนไทยสามัคคีกัน ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อชาติไทยของเรา อยากให้คนไทยส่วนมากเปลี่ยนความคิดใหม่ แล้วประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรืองกว่านี้มากครับ

    ตอบลบ
  36. ไม่ระบุชื่อ9 มีนาคม 2555 22:06

    สุดท้ายต่างชาติก็ยังมีตามองเห็นว่า พระองค์ เป็นผู้เสียสละต่อประเทศไทย แล้วสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยต้องเสื่อมลงคือพวกนักการเมือง

    ตอบลบ
  37. มีสี่ตัวอย่างที่ทำให้เยวชนของเรามีปัญหาและจะเป็นอนาคตที่มืดมนของชาติ
    1.คือสื่อเลวที่คอยเสี้ยมให้เยาวชนกล้าแสดงออกในเรื่องเลวๆ
    2.นักการเมืองกลับกรอกเห็นแก่ตัวที่คอยแสวงหาแต่ผลประโยชน์เข้าตัว
    3.ครูที่มีจิตวิญญาณของความเป็นครูเหลือน้อยลงไปทุกที่
    4.การที่เด็กเห็นผู้ใหญ่ยอมรับในระบบราชการและระบบการเมืองแบบกังฉิน

    นอกจากนี้การเกรงใจคนรู้จักที่ทำผิด การยอมรับในการโกงกินและระบบอุปถัมถ์ที่ทำต่อๆกันมา การยอมเป็นปลาโง่ๆที่ไปงับเหยื่อตกปลาที่คนเลวๆเค้าโยนมาให้โดยมีเงื่อนไขคือคำว่าบุญคุณ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกินสังคมเรา ถ้าหากเรายังยึดติดกับคำพังเพยที่ว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม โดยยอมรับกับสังคมที่เป็นสีเทาโดยคิดแค่ว่าทำเหมือนที่เขาเป็นกันมา แล้ววันหนึ่งสีเทามันก็จะเริ่มเข็มขึ้นเรื่อยๆ จนเราไม่สามารถกลับมามองเห็นสีขาวที่แท้จริง เพราะมันจะห่างไกลจนคนส่วนใหญ่เห็นว่ามันเป็นแค่จินตนาการ

    ตอบลบ
  38. ไม่ระบุชื่อ22 สิงหาคม 2555 17:31

    คนไทยทำมาเพื่อสร้างกระแสรึเปล่า ? รู้นิสัยคนไทยดีจริงๆ ....

    ตอบลบ
  39. ไม่ว่าประเทศไหนก็มีด้านไม่ดีทั้งนั้นแหละ :)

    ตอบลบ
  40. ไม่ระบุชื่อ8 ธันวาคม 2555 23:38

    อยากให้ประเทศไทยเข้มแข็งขึ้นกว่านี้ ก็ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก และผู้ใหญ่ทุกคนก็ต้องให้ความร่วมมือมากๆด้วย โดยส่วนมากที่เห็นทุกอย่างมันเลวร้ายก็เพราะผู้ใหญ่นั้นแหละ

    ตอบลบ
  41. ไม่ระบุชื่อ6 มีนาคม 2556 04:00

    แมร่ง เพ้อฝัน เหมือนรายงานของ"เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม" เพ้อเจ้อ ... พวกประเทศโซนยุโรป อเมริกา รัสเซีย พวกนี้นิสัยดีจะตาย ไม่มีทางมาคิดอะไรตื้นๆ แบบนี้หรอก ถ้ามีก็คงจะมีแต่ เอเชียทำลายเอเชียด้วยกันเอง เพราะทุกวันนี้แข่งกันเหมือน"หมาแย่งกระดูกกัน" ยิ่งจะรวมกลุ่มด้วยแล้ว ยิ่งต้องแข่งขันกัน คูณ 2 เลยละ ดูๆ อ่านๆ ดูแล้ว ก็คงเป็นฝีมือ เด็กๆ หรือพวกเด็กน้อย เอาแต่ใจนะแหละ ^^

    ตอบลบ
  42. ไม่ระบุชื่อ2 พฤษภาคม 2556 16:56

    ผมอ่านดูแล้วก็เป็นความจริงเกือบทั้งหมดนะครับ แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่น่าจะใช่ฝรั่งครับที่เขียน ...น่าจะเป็นคนไทยมากกว่า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ระบุชื่อ2 พฤษภาคม 2556 17:11

      พออ่านซ้ำสองรอบ ยิ่งมั่นใจว่าไม่ใช่ฝรั่งเขียนแน่นอนครับ สำนวนการเขียน + ลักษณะ/ตรรกะการให้เหตุผลดูเป็น Thai style มากๆ เช่น ตรงที่บอกว่า "โลกาภิวัตน์ และ ชุมชน เป็นวาทกรรมที่ประเทศเขาใช้มอมเมาคนไทย" ผมว่าถ้าคนเขียนอ่านหนังสือมามากพอจะรู้ว่า "โลกาภิวัตน์" กับ "ชุมชนนิยม" มันเป็นกระบวนทัศน์ทางสังคมที่มีพลวัตรของมันเอง ไม่มีใครกำหนด/กำกับได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าชาติไหน อาจมีการเบียดบังผลประโยชน์ได้โดยประเทศมหาอำนาจบ้าง แต่ คนมีการศึกษาจะไม่พูดในทำนองว่า "เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อมอมเมาประเทศหนึ่งๆ" หรอกครับ..... เพราะกระบวนการพวกนี้มันเหนือการควบคุมของทุกคน/ทุกชาติครับ ผมมั่นใจว่าคนไทยแน่ๆ ที่เขียน

      ลบ
  43. ไม่ระบุชื่อ21 สิงหาคม 2556 08:04

    เห็นด้วยสุดๆเลย บอกให้คนในชาติลุกขึ้นมาแก้ไข แต่ผมว่าแก้ที่ตัวเองก่อน พัฒนาตนใก้เด่นก่อน
    แต่อย่างว่าแหละนิสัยคนไทยขี้ลืม มันเป็นวังวงของไทยนานแล้ว เผลอประวัติศาสตร์ก็โดนบิดเบือน คนไทยเปลียบเสมือนยอดข้าวที่ชูก้านสูงชี้โด่เด่ มีเขี้ยวหน่อยก็ผยองแล้ว กร่างตั้งแต่เด็ก พวกปัญญาชนอ้างว่าตัวฉลาด ด่าคนอื่นงมงาย แต่แท้จริงไอ้พวกนี้ตัวแม่เลยวะครับ งมงายไร้สาระ ทำงานไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เลิกงานก็เหล้า บอกตรงๆคนดีจริง ที่จะทำให้ชาติเจริญมีแค่หยิบมือว่ะครับ ถ้าเยอะจริงเวียดนามมันคงจะไม่แซงเราเร็วขนาดนี้หรอก อาจารย์ในมหาลัยแม่งส่วนใหญ่เด็กว่ะ เอาถนนเป็นตัววัดความเจริญ
    ผมว่าเผลอเวียดนามจะแซงเราในอีกแค่สองสามปี

    ตอบลบ
  44. ไม่ระบุชื่อ21 สิงหาคม 2556 08:09

    พวกความเห็นบนน่ะแทนที่จะเอาแต่ปกป้อง ไม้แก้ไขยังอคติต่อความเห็นชาวต่างชาติ เอาเวลารังเกียจอคติต่างชาติมาปรับปรุงตนเองเพื่ออุดรอยโหว่สันดานคนไทยดีกว่ามั้ง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ตูฮาพวกโลกสวย ว่ะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

    ตอบลบ
  45. ไม่ระบุชื่อ8 กันยายน 2556 19:51

    อยากรู้จังอคนที่ส่งรายงานเป็นใคร และส่งให้รัฐบาลหรือองค์กรประเทศไหน

    ตอบลบ
  46. ไม่ระบุชื่อ10 ธันวาคม 2557 23:05

    คนไทยอ่อนแอ เพราะมัวแต่รอผู้มีบารมีมาแก้ปัญหาให้ ไม่รู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ชอบทะเลาะแต่ไม่ชอบฟังผู้อื่น ชอบทำตัวเป็นศูนย์กลางของจักรวาล บทความนี้เขียนเพียงแค่ระบายความรู้สึกโดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ แค่ทุกคนผิด ระบบผิด ประเทศมันห่วย ราชการมันแย่ แต่ลืมคิดไปว่าความดีต้องเริ่มต้นทำที่ตัวคุณเอง อย่างมัวแต่ตีโพยตีพาย ด่าโน่น ด่านี่

    ตอบลบ

เพิ่งเปิดรับการแสดงความคิดเห็นครับ ทุกความเห็นคือกำลังใจ
แล้วอย่าลืมแวะไปที่บล้อคมุมมอง-ใหม่เมืองเอกนะครับ ขอบคุณ/ใหม่ เมืองเอก